ความเข้าใจผิดเรื่องการกินอาหารเสริม ที่น่ารู้!

เรียกได้ว่าจะหันหน้าไปทางไหนในตอนนี้ก็มีแต่กระแสอาหารเสริมเต็มไปหมด อีกทั้งการโฆษณาชวนเชื่อ ก็ทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องซื้อหามารับประทานเพิ่มเติมเสริมให้กับร่างกายของเราด้วย วันนี้เรามีความรู้มาฝากเกี่ยวกับการเลือกอาหารเสริมดูสิว่า จริง  ๆ แล้ว เรามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องรับประทานอาหารเสริม
จากผลการสำรวจความคิดเห็นทางด้านสุขภาพของประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป  ของกรมสนับสนุนการให้บริการและสุขภาพของประเทศไทยทั้ง 4 ภาพ ได้มีการสุ่มกับกลุ่มตัวอย่าง ที่มีความเข้าใจในเรื่องของการรับประทานหารที่ไม่ถูกต้อง ร้อยละ 70 ได้ให้ความคิดเห็นว่า…

อาหารเสริมนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรับประทานเป็นประจำ ซึ่งสำหรับคนที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี ได้ให้ความคิดเห็นนี้มากถึงร้อยละ 77 กันเลยทีเดียว!


แล้วคุณทราบกันหรือไม่ว่าอาหารเสริมอันที่จริงคืออะไร สำหรับอาหารเสริมนั้น ก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากอาหารมื้อหลัก  เพื่อช่วยในการเสริมเติมเรื่องสารอาหารบางชนิดให้กับร่างกาย  ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด แบบแคปซูล โดยปกติแล้วจะไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วย เด็ก และสตรีมีครรภ์ และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องรับประทานทุกวันเพราะไม่ใช่อาหารที่ร่างกายต้องการแต่อย่างใด
การรับประทานอาหารเสริมทุกวัน มีข้อเสียด้วยนะ เพราะจะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่มากเกินความจำเป็น ทำให้สารเหล่านั้นสะสมอยู่ในร่างกาย และทำให้ตับและไตของเราทำงานหนักมากผิดปกติ เพื่อขับเอาสารเหล่านั้นออกจากร่ายกาย สุดท้าย ตับและไตของคุณมีปัญหาแน่นอน
ทางที่ดีสำหรับการเลือกรับประทานอาหารเสริมก็คือ  เบื้องต้นควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่ และอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอควร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสจัด เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี อร่อยปากลำบากกาย  และอย่าลืมเรื่องสำคัญคือ การออกกำลังกายให้เหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ  อาหารเสริมก็ทานได้แต่การรับประทานมากเกินความจำเป็น ก็เสี่ยงต่อร่างกายของเราด้วยเช่นกัน



3 เคล็ดลับที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับการเวิร์คเอาท์เพื่อลดหน้าท้อง

หลายครั้งที่เรามุ่งเน้น crunches ออกกำลังเพื่อเสริมสร้างหน้าท้องให้สวยงาม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะลดได้อย่างตามที่ใจต้องการ ซึ่งสิ่งสำคัญมากกว่าท่าออกกำลังกายแล้ว เพื่อนๆ จำเป็นต้องเล่นคาร์ดิโอเร็วสลับระดับปานกลางอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มการเผาผลาญ รวมไปถึงการจำกัดปริมาณแคลอรี่ต่อวันด้วย และนี่ก็คือกุญแจสำคัญเพื่อนำไปสู่ “หน้าท้องแบนราบ”
ดูเหมือนว่าคำแนะนำข้างต้นนั้นเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน จากผลการศึกษาโดย International Journal of Obesity เปิดเผยว่า
เมื่อเปรียบเทียบผู้หญิงที่ออกกำลังกายนาน 40 นาที โดยการวิ่งสลับไปมากับการทำสปริ้นท์ รวมไปถึงการปั่นจักรยาน และท่าออกกำลังกายอื่นๆ อย่างหลากหลาย ภายใน 15 สัปดาห์ พวกเธอสามารถลดหน้าท้องได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่จะทำให้เราไปถึงจุดหมายแบบนั้นได้ ต้องอาศัยเคล็ดลับ 3 อย่างที่สดสวยนำมาฝากกัน


ตั้งเป้าหมายระยะสั้น

เรารู้แล้วล่ะว่าต้องอาศัยการออกกำลังกายแบบสลับไปมาในหลากหลายระดับ ดังนั้น ระหว่างการเปลี่ยนท่าหรือวิธีการออกกำลังให้เพื่อนๆ ลองตั้งเป้าหมายระยะสั้นดู ยกตัวอย่างเช่น เราเริ่มต้นด้วยการวิ่ง ให้เวลาไปเลย 20 นาที หรือวิ่งไปจนสุดถนนแล้วเปลี่ยนไปเป็นปั่นจักรยาน โดยให้อีก 20 นาทีหรือวนกลับมาอีกซอย พอจะถึงภาพออกกันมั้ยคะ? วางเป้าหมายโดยให้เรามองเห็นปลายทางของมัน จะช่วยให้เรามีกำลังใจและรู้สึกท้าทายมากขึ้น

โฟกัสเวลา

ดูเวลาอยู่เสมอ สร้างแพทเทิร์นด้วยการออกกำลังในระดับปานกลางเป็นเวลาสองนาทีแล้วเพิ่มความเร็วให้ได้มากที่สุดเท่าที่เพื่อนๆ สามารถทำได้เป็นเวลาหนึ่งนาที ทำซ้ำแพทเทิร์นนี้อย่างน้อย 30 นาที

ให้เพลงช่วย

“เพลง” จะช่วยลดความน่าเบื่อของการเวิร์คเอาท์ได้เป็นอย่างดี ลองสร้างเพลย์ลิสต์เป็นของตัวเองดู แนะนำกับบทความนี้ที่สดสวยเคยแนะนำกันไปแล้วค่ะ จัดเต็ม 25 เพลงดีที่สุดไว้เปิดตอนออกกำลังกาย!
ถึงแม้ว่าการลดความอ้วนจะดูเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่สดสวยเชื่อว่าทุกครั้งที่เราได้ลองทำและใช้เวลากับมัน แน่นอนว่าที่สุดแล้วผลลัพธ์ที่ได้คือ ตัวเราเองค่ะที่ภูมิใจกับมัน ^^


งานวิจัยชี้… กินโปรตีน 2 เท่าต่อวัน ช่วยลดอ้วนและเผาผลาญดีขึ้น

อย่างที่เรารู้กันดีว่า “โปรตีน” นั้นเป็นสารอาหารสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้ากล้ามเนื้อ อาหารที่มีโปรตีนสูงก็จะมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ด้วยเหมือนกัน
ในความเป็นจริงการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าโปรตีนสองเท่าช่วยให้เราลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องสูญเสียกล้ามเนื้อ หนึ่งในงานวิจัยนั้นถูกตีพิมพ์ใน The FASEB Journal ได้ทำการวิจัยโดยให้ผู้เข้าร่วม 31 คน เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก 31 วัน

ช่วงแรก ผู้เข้าร่วมลดน้ำหนักยังคงรักษาระดับน้ำหนักไว้ได้เท่าเดิม ไม่เพิ่มหรือลด ผ่านไป 10 วัน การทดลองแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
  • กลุ่มที่ 1 ทานโปรตีนตามปริมาณที่ควรในแต่ละวัน (Recommended Daily Allowance หรือ RDA)
  • กลุ่มที่ 2 ทานโปรตีน 2 เท่าของปริมาณที่ควรในแต่ละวัน
  • กลุ่มที่ 3 ทานโปรตีน 3 เท่าของปริมาณที่ควรในแต่ละวัน
โดยให้ทุกกลุ่มต่างออกกำลังกายเท่าๆ กัน ผลที่ได้คือ ทุกกลุ่มน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แต่… กลุ่มที่ 2 นั้นกลับไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อจากการลดน้ำหนักนี้เลย และในกลุ่มที่ 3 เองก็มีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่ลดลงไม่ต่างจากกลุ่มที่ 2 เช่นเดียวกัน
หากเพื่อนๆ ต้องการลดน้ำหนักโดยที่ไม่ต้องการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (ที่มีผลต่อการเผาผลาญพลังงาน) ให้ควบคุมอาหารโดยเน้นมื้ออาหารไปที่โปรตีน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
สำหรับปริมาณ RDA ของโปรตีนนั้นก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและกิจวัตรประจำวันของแต่ละคนว่าเคลื่อนไหวมากน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น หากหนัก 60 กิโกกรัม เป็นผู้หญิงมีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับต่อวันอยู่ที่ 77 กรัม และหากอยากให้การลดน้ำหนักได้ผลตามผลการวิจัยข้างต้นก็ต้องเพิ่มปริมาณเป็น 144 กรัมต่อวัน สำหรับน้ำหนักระดับอื่นนั้น เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ค่ะ US RDA of protein for women


อากาศร้อนระวัง! เด็กติดเชื้อไวรัส “หูดข้าวสุก”

ณ บัดนาวประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับเป็นเวลาที่เด็กนักเรียนกำลังปิดเทอม พ่อแม่ผู้ปกครองจึงพาลูกรักวัยซนไปทำกิจกรรมหรือท่องเที่ยวคลายร้อนตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ อาจทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไปสู่เด็ก โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัส “หูดข้าวสุก”


เนื่องจากเด็กเล็กมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ทำให้เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในสถานที่ที่มีความร้อนชื้น คือ ไวรัส หูดข้าวสุก พบได้ในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและติดต่อโดยการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรงจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ สามารถเข้าทางผิวหนังที่เป็นแผลและแพร่กระจายจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งได้จากการสัมผัส
อาการที่พบในเด็ก คือ มีลักษณะเป็นตุ่มใสขนาดเล็กมีสีเนื้อรูปโดม เป็นหลุมตรงกลางบริเวณใบหน้า มักพบในบริเวณที่สัมผัสหรือเสียดสีกัน เช่น ข้อพับแขน รักแร้ ขาหนีบ อากาศร้อน และความชื้นสูง จะทำให้เป็นมากขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถเจริญเติบโตได้ดี หากมีการแกะเกาจะมีอาการบวม แดง ผิวหนังอักเสบและเป็นหนองได้
พ่อแม่จึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกายของลูกน้อย หากพบว่ามีลักษณะอาการข้างต้น ควรรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งแพทย์อาจใช้เข็มสะอาดแคะก้อนในหูดออก หรือทายากระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และต้องใช้ระยะเวลารักษาติดต่อกันหลายเดือน
เนื่องจากพบประวัติการติดเชื้อของผู้ป่วยส่วนใหญ่เกิดในสถานที่ที่ค่อนข้างชื้น เช่น สถานที่ออกกำลังกายสาธารณะ สระว่ายน้ำ หรือการใช้อ่างอาบน้ำร่วมกัน ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานภายหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหูดข้าวสุก เพราะโรคนี้สามารถติดต่อได้โดยง่ายจากการสัมผัสผิวหนังระหว่างกัน
ดังนั้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ ควรสอนให้เจ้าตัวซนล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดเป็นประจำ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และไม่ควรว่ายน้ำในขณะที่มีบาดแผลค่ะ


เคล็ดลับวิธีขัดผิวขาว

สำหรับสาวๆ ที่พิถีพิถันใส่ใจในผิวพรรณของตัวเองเป็นประจำ และชอบมากๆ ในการสครับผิวให้ขาวกระจ่างใสผุดผ่อง วันนี้สดสวยนำเคล็ดลับลึกๆ ในการขัดผิวมาบอกต่อค่ะ รวมถึงข้อดีของการขัดผิวที่บางอย่างเราก็ไม่รู้มาก่อน ตอนนี้สดสวยเชื่อว่าถ้าอ่านแล้วคนที่เบื่อการขัดผิวก็ต้องรีบกลับไปทำค่ะ

ขัดผิว (Exfoliating)


การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง
ซึ่งเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว
แต่ถ้าเซลล์ผิวเก่าที่ปกติแล้วจะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติยังคงตกค้างอยู่ก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด ดังนั้นวิธีของเราก็คือการสครับผิวค่ะ มาดูเคล็ดลับการสครับกันเลย
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิวก็มีพวกฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบ หรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น AHA ก็ได้ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้นะ
  • หลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิวเราได้
  • ถ้าไม่สครับผิวเลยก็จะเกิดการอุดตันของผิว และผิวก็จะหายใจไม่ได้ ทำให้ผิวดูหมองและมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้ค่ะ
  • ขัดผิวควรขัดแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งสำหรับผิวหน้า ส่วนผิวกายเดือนละ 2 ครั้งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง
  • ควรทำผิวให้เปียกก่อนสครับเพื่อลดการเสียดสีของสครับกับผิว เพราะอาจทำให้ผิวเป็นรอยได้ค่ะ
  • ใช้น้ำมันนวดผิวก่อนสครับก็จะยิ่งช่วยให้ผิวนุ่มเนียนขึ้นนะคะ
เอาล่ะ.. สครับมีประโยชน์กับผิวมากมายขนาดนี้ เรารู้เคล็ดลับง่ายๆ กันแล้วก็เหลือแค่เลือกสครับที่ชอบและหาเวลาขัดผิวกันเท่านั้นเองนะคะ


5 ข้อผิวเปล่งปลั่งแบบนี้ สาวๆ มีได้ไม่ยาก

สุดยอดผิวเพอร์เฟ็กต์ที่หากใครมีผิวแบบ 5 ข้อนี้อย่างครบถ้วน ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สุดยอดความงามด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะกว่าจะมีผิวแบบนี้ได้ต้องมีการใส่ใจดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง หากขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปก็ไม่ใช่คำว่าเพอร์เฟ็กต์ค่ะ ผิวสวย 5 แบบที่ว่านี้คืออะไรไปดูเลยค่ะ




1. ผิวกระจ่างใส

ถ้าผิวสะอาดแต่แห้งกร้าน เวลาเจอแสงจะดูหม่นหมองนะคะสาวๆ ปัญหานี้ช่วยได้ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวให้เปล่งปลั่งดูมีออร่า พอเห็นแล้วก็รู้สึกว่านี่แหละความกระจ่างใสที่ไม่ใช่แค่ขาว แต่มันคือความขาวสุขภาพดีค่ะ

2. รูขุมขนกระชับ

วิธีกระชับผิวที่ง่ายที่สุดก็คือการสครับผิวค่ะ ถ้าคนผิวมันควรเลือกสครับที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิกแอซิด แต่ถ้าผิวแพ้ง่ายควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมอัลฟาไฮดรอกซี่แอซิดจะเหมาะกว่านะคะ

3. สีผิวเนียน

สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอยังไงก็ดูไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจุดด่างดำหรือสีผิวที่เป็นคนละเฉดในบางจุดก็ตาม ง่ายมากค่ะแก้ไขโดยใช้สกินแคร์ลดรอยจุดด่างดำ โดยเฉพาะใครที่รับประทานยาคุมกำเนิดแล้วฝ้าขึ้น ควรหยุดแล้วเปลี่ยนยานะคะ

4. ผิวเปล่งปลั่ง

ความเรียบเนียนของสีผิวเมื่อเข้าคู่กับความกระจ่างใสใครๆ ก็ต้องยอมค่ะ  สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อลดความแห้งกร้าน คือต้องป้องกันผิวแห้ง อย่าโดนแสงแดดมากเกินไปเพราะจะสะสมจนทำให้ผิวดูหมองคล้ำนานกว่าจะฟื้นคืนเป็นปกติ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็สำคัญพอๆ กับครีมกันแดดค่ะ

5. ผิวเฟิร์มไร้ริ้วรอย

อีลาสตินและคอลลาเจนเป็นสิ่งสำคัญของผิว เป็นโปรตีนเกี่ยวพันที่ทำหน้าที่บำรุงและรักษาเซลล์ผิวให้เต่งตึงอยู่เสมอ แต่แสงแดด บุหรี่ มลภาวะ ก็ทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์หรือที่มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวกลับมาช่วยเราได้ค่ะ


ครบแล้วค่ะสาวๆ เห็นด้วยไหมคะว่าถ้าครบทั้ง 5 ข้อเราจะเป็นผู้หญิงที่มีผิวเพอร์เฟ็กต์คนนึงเลยทีเดียว ของอย่างนี้อยู่ที่การดูแลตัวเอง ถ้าไม่อยากแก่เร็วอย่าปล่อยไว้นะคะ


นอนคลีน เทรนด์ใหม่ของคนรักผิว

เทรนด์คลีนๆ กำลังมาแรงในทุกๆ เรื่องเลยนะคะ เราได้ยินการกินคลีนมาพักใหญ่แล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้ถึงเวลาของการนอนคลีนบ้างค่ะ ชีวิตเราก็ไม่มีอะไรมาก กินๆ นอนๆ อ่ะเนอะ แต่รู้ไหมว่านอนคลีนมีผลกับผิวแค่ไหน แถมยังทำให้สุขภาพดีมากขึ้นด้วย เรียกว่าแค่การนอนก็ทำให้เราได้ฟื้นฟูทุกเรื่องขึ้นมาแล้วค่ะ อย่ามัวแต่เดากันเลยว่านอนคลีนคืออะไร สดสวยนำมาบอกต่อแล้วค่ะ



นอนให้ถูกเวลา

คนเราจะชินกับเวลานอนที่ตัวเองนอนหลับทุกๆ วัน มันไม่ได้หมายความว่าดีเสมอไป เพราะบางคนนอนดึกมาก จะให้มาเร็วขึ้นทำได้ยากจริงค่ะ แต่เราก็ควรต้องปรับเวลานอนให้ถูกต้อง เวลาดีคือ 4 ทุ่ม ของทุกวัน หากนอนเวลานั้นร่างกายจะซ่อมแซมตัวเอง ผิวก็จะซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่เช่นกันค่ะ

นอนก่อน 2 ทุ่ม

ทุกคนคิดใช่ไหมล่ะว่า 2 ทุ่มฉันยังไม่ถึงบ้านเลย ไม่ต้องตกใจค่ะ เราอยากให้นอนก่อน 2 ทุ่มแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นค่ะ เลือกวันหยุดพักผ่อนของคุณก็ได้ มันจะช่วยทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่สุดๆ เลยค่ะ

งดโซเชียล

ชื่อเถอะว่าหลายคนนอนไปพร้อมกับการพิมพ์สเตตัส เช็คไลค์ ตอบไลน์ ส่องชาวบ้าน ไม่เอาค่ะเปลี่ยนใหม่ งดเล่นสิ่งเหล่านี้ก่อนนอน 1 ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้พักผ่อนก่อนหลับ ลองดูสิ จะรู้สึกเลยว่าเรานอนเต็มอิ่มขึ้น

งดกาแฟช่วงเย็น

กาแฟแก้วสุดท้ายของคุณดื่มตอนกี่โมงเอ่ย ถ้าเราจะเริ่มนอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม ก็ไม่ควรดื่มกาแฟหลัง 5 โมงเย็นแล้วนะคะ เพราะคาเฟอีนจะทำให้ร่างกายเราตื่นตัว หลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับนั่นเองค่ะ

ควรกินมื้อเย็น

หลายๆ คนงดมื้อเย็นเพราะลดน้ำหนัก มันผิดวิธีค่ะ เราควรกินอาหารมื้อเย็นเบาๆ และควรกินอาหารที่อยู่ท้อง และกินก่อน 6 โมง การที่เราปล่อยให้ท้องว่างนานๆ ก็เกิดอาการหิว ซึ่งความหิวนี่แหละที่เป็นตัวรบกวนการนอนของเราค่ะ

งดแอลกอฮอล์

อย่างที่รู้ว่าแอลกอฮอล์มีผลเสีย ถึงแม้มันจะทำให้เราหลับสนิท แต่ฤทธิ์ของมันมีผลเสียต่อผิวมากมายค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าลดได้มันดีต่อผิวของเราอยู่แล้วล่ะ


ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของการนอนคลีน คิดดูสิว่าถ้าเรานอนเต็มอิ่มเป็นประจำทุกวัน ผิวเราจะฟื้นฟูตัวเองได้มากแค่ไหน ใครที่นอนไม่พอ หรือพักผ่อนน้อย พยายามเข้านะคะ ปรับพฤติกรรมวันนี้เพื่อผลที่ดีต่อผิวเราค่ะ


ลดอายุผิวมือด้วยสูตรเด็ดจากธรรมชาติ

มือ…เป็นสิ่งที่เราต้องใช้งานในทุกๆ วัน ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยปละละเลยโดยไม่บำรุงผิวมือเด็ดขาด เพราะหากไปสัมผัสมือกับใครเข้าแล้วเขารู้สึกได้ถึงความแห้งหยาบ เหี่ยวย่น จนเกินอายุ เราคงอายจนไม่กล้าสู้หน้าเลยใช่ไหมละ ยกมือขึ้นมาสำรวจแล้วลองนำสูตรนี้ไปใช้ บำรุงผิวมือให้อ่อนกว่าวัยไม่ใช่เรื่องยาก

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ซินนามอน หรือจะเรียกแบบไทยๆ ว่า “อบเชย”
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมันมะกอก

วิธีบำรุงผิว

  • นำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
  • นำมาทาลงบนมือแล้วค่อยๆ นวดเบาๆ
  • จากนั้นปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • เช็ดมือให้แห้งแล้วบำรุงด้วยแฮนด์ครีม ซึ่งในระหว่างที่ทาครีมไปก็ค่อยๆ นวดผิวไปด้วยค่ะ
ทำแบบนี้เป็นประจำก็จะช่วยให้มือเนียนนุ่มน่าสัมผัส เพราะเหมือนเราได้ทั้งสครับ มาส์กบำรุงไปพร้อมๆ กัน ผิวมือของเราก็จะค่อยๆ เต่งตึง ทีนี้ก็ไม่ต้องอายเวลาสัมผัสมือกับใครแล้วล่ะค่ะ



เผยเคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ลงกว่า 10 ปี ทำแบบนี้เพียง 30 วินาทีทุกวัน



เผยเคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ลงกว่า 10 ปี ทำแบบนี้เพียง 30 วินาทีทุกวัน

การมีผิวสดใสและดูอ่อนเยาว์ แน่นอนคุณต้องใช้เวลาและความพยายามสำหรับการดูแลผิวและรักษาความสะอาดให้ผิวมีสุขภาพดี


สร้างนิสัยบางอย่างเพื่อช่วยรักษาความอ่อนเยาว์แก่ผิวคุณ คุณต้องเช็ดสมาร์ทโฟนให้สะอาดก่อนใช้ และเปลี่ยนปลอกหมอนของคุณเป็นประจำ ทำให้เป็นนิสัยเพราะมี ประโยชน์แน่นอนในการรักษาผิวของคุณ

และยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่คุณต้องทำเพื่อให้คุณมีผิวเนียนนุ่มและสดใส นี่คือเคล็ดลับการดูแลผิวประจำวันที่สามารถทำให้ผิวของคุณอ่อนเยาว์

-ห้ามลืมทำความสะอาดล้างเครื่องสำอางก่อนที่จะเข้านอน ถ้าคุณมีเครื่องสำอางอยู่บนหน้าในขณะที่คุณนอนหลับเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

-เมื่อคุณทำความสะอาดใบหน้าของคุณเสร็จเรียบร้อยให้คุณนวดหน้าเบาๆทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดซึ่งสามารถลดริ้ว รอยได้

-พยายามอย่าให้เกิดสิว เพราะจะยิ่งเพิ่มปัญหายุ่งยากให้กับคุณ

-หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือของคุณ จนกว่าคุณจะได้ล้างมือ เพราะมือของคุณมักจะได้สัมผัสกับเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก เมื่อสัมผัสไปที่ใบ หน้าเชื้อโรคต่างๆ จะเข้าไปสู่ผิวหน้าของคุณ

-พยายามกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อผิวของคุณ

-ให้เก็บอายครีมไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาความเย็นอยู่เสมอ

-อย่าใช้ก้อนน้ำแข็งบนใบหน้าของคุณเมื่อคุณมีสิว

-ใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสำหรับการรักษาผิวหน้าของคุณ ส่วนผสมจำนวนมากในครัวเรือนสามารถใช้เป็นประโยชน์ต่อผิวได้ เช่นข้าวโอ๊ต, น้ำมันมะพร้าว, น้ำตาล, ชา และ น้ำมันมะกอก

-ทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือของคุณอยู่เสมอ เพื่อให้ผิวของคุณไม่ต้องสัมผัสกับเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียเมื่อคุณใช้โทรศัพท์

-ควรมีผ้าขนหนูที่ใช้สำหรับใบหน้าโดยเฉพาะ ไม่ใช้รวมกับผ้าที่ใช้สำหรับเส้นผม

-ควรเปลี่ยนปอกหมอนของคุณอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

-การเกิดสิว อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายของคุณ คุณต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้

-ใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมอย่างระมัดระวัง เพราะสามารถสร้างความเสียหายให้กับผิวของคุณได้

-ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อยับยั่งไฮเดรท

-กินอาหารออร์แกนนิค

-ผลัดเซลล์ผิวของคุณอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

-ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีสามารถทำลายผิวของคุณ


www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop


สครับสูตรเกลือ ผิวสวยระดับสปา 5 ดาว

ผิวจะสวยสดใสได้ก็ต้องมีการขัดสีฉวีวรรณกันหน่อย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเดินไปเข้าสปาให้เปลืองเงินเปลืองทองกันแล้วนะ เพราะเราสามารถดูแลตัวเองได้จากที่บ้าน ด้วยสูตรสครับจากเกลือแบบนี้ สดสวยนำมาฝากสาวๆ ที่ชอบดูแลตัวเองตอนอยู่บ้าน บอกเลยว่าผิวดีไม่แพ้สปาดังเลยล่ะค่ะ

สูตรเกลือ + นมสด + ขมิ้น


สิ่งที่ต้องเตรียม

  • เกลือทะเลเกล็ดใหญ่ 1 ถ้วยตวง
  • นมสด 1 ถ้วยตวง
  • ขมิ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีสครับผิว

  1. ผสมเกลือเม็ดและขมิ้นผงให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ เติมนมสดลงไปทีละน้อย
  2. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี ขมิ้นละลายไม่จับตัวเป็นก้อนแล้วก็นำมาขัดตัวได้
ซึ่งเราควรขัดตัวขณะที่ผิวเปียกจะช่วยให้ขัดได้ง่ายขึ้น สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปอีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มและขาวใสอีกด้วย แน่นอนว่าทั้งนมสดและขมิ้นก็มีส่วนช่วยให้ผิวสวยเปล่งปลั่งสดใสอย่างแน่นอน
เจอเคล็ดลับดีๆ แบบนี้แล้วอย่ารอช้า หาเวลาดูแลผิวให้สวยต้อนรับฤดูร้อนกันดีกว่าค่ะ


15 นาที รู้สึกผิวดีได้ ลองเลย!

ช่วงนี้แดดแรงเป็นพิเศษ เดินออกไปแค่หน้าบ้านได้ไม่นาน ใบหน้าก็หมองคล้ำดำมืดกันหมดแล้ว กลับบ้านมาต้องรีบดูแลผิวด่วนๆ เลยค่ะ เคล็ดลับผิวดี ขาวกระจ่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่ใช่เรื่องยาก สดสวยนำ 2 ขั้นตอนง่ายๆ ในการดูแลผิวมาฝากสาวๆ ทุกคนแล้วค่ะ


ขั้นตอนที่ 1: ปลุกผิวหน้าให้ตื่น

อันดับแรกเราต้องปลุกผิวหน้าให้ตื่นตัวด้วยน้ำแข็งก้อนก่อนเลยค่ะ สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือผิวแห้งมากๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องระคายเคืองเลย เพียงแค่นำเอาชาไปชงให้เข้มๆ แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำไปเทใส่แม่พิมพ์ แล้วแช่ตู้เย็นจนเป็นน้ำแข็ง จากนั้นให้นำมาคลึงวนไปมาทั่วใบหน้าสักประมาณ 5 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดค่ะ

ขั้นตอนที่ 2: เต่งตึงกระจ่างใส

นำเอาสำลีชุบน้ำนม มาโปะให้ทั่วใบหน้า เหมือนการมาส์กนั่นแหละค่ะ แล้วทิ้งไว้ ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวของเราจะนุ่มชุ่มชื่น และเต่งตึงกระจ่างใส


ทำทั้งสองขั้นตอนนี้เป็นประจำก็จะทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่ง ลดความหมองคล้ำบนใบหน้าได้ เห็นไหมล่ะคะ วิธีง่ายๆ ก็มีผิวสวยได้แบบไม่ต้องลงทุนเลยค่ะ