4 สูตร “มะเขือเทศ” ทำอะไรให้ผิวเราได้บ้าง

ความสวยจากมะเขือเทศเป็นสรรพคุณที่รู้กันอยู่แล้วว่าดีต่อผิวของเราขนาดไหน เพราะในมะเขือเทศมีไลโคปีน ช่วยให้ผิวแข็งแรง ซึ่งวันนี้สดสวยมีสูตรเด็ดมาฝาก ขอบอกว่ามะเขือเทศมิกซ์กับอะไรก็ทำให้ผิวเราดีได้ สูตรไหนโดนใจใครเอาไปใช้กันได้เลย


1.กระชับรูขุมขน

ใครมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง มะเขือเทศก็ช่วยกระชับรูขุมขนได้นะ แค่ผสมน้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาวสด 2-4 หยด แล้วใช้สำลีชุบน้ำมะเขือเทศกับมะนาวที่ผสมไว้บนผิวบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที  กระชับผิวอีกทีด้วยน้ำเย็น แค่นี้รูขุมขนก็เล็กลงแล้ว

2.รักษาสิว

บดมะเขือเทศสดแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นเกือบเย็น ใช้วิธีนี้ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก็จะเห็นผล รับรองสิวที่มีอยู่ก็ยุบ สิวใหม่ก็ไม่เกิดอย่างแน่นอน

3.กำจัดสิวหัวดำ

ใครมีปัญหาสิวหัวดำต้องลองเลย หั่นมะเขือเทศออกเป็นครึ่งลูกแล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวหัวดำ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นเกือบเย็น ช่วยกระชับรูขุมขนและยังช่วยลดความมันส่วนเกินได้ด้วย ทีนี้สิวหัวดำก็หมดไปในที่สุด

4.บำรุงผิวให้ใส

หลังจากปัญหาผิวต่างๆ หมดไปก็ใช้มะเขือเทศมาดูแลผิวได้เลย แค่นำมะเขือเทศสดไร้สารตกค้างมาปั่นให้ละเอียด หรือคั้นสดๆ แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำให้ใบหน้าแลดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น


ครบสูตรสวยแก้ปัญหาผิวต่างๆ จากมะเขือเทศ ของดีที่หาง่าย และไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลยค่ะ ใครมีปัญหาเหล่านี้รีบหามาดูแลผิวกันได้เลย


วิธีแก้คอดำ หลายวิธีต้องลอง!

ต้นคอดำ ทำให้สาวๆ หลายคนอับอายขายหน้าเวลารวบผมขึ้นมานักต่อนักแล้วนะ บางคนปล่อยให้ดำจนไม่สามารถขัดออกได้เหมือนขัดขี้ไคลอีกแล้ว ซึ่งอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คอของเราดำได้ก็คือความอ้วน มันทำให้เป็นรอยพับชั้นๆ ที่คอ และเมื่อเหงื่อออกก็จะเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกจนกลายเป็นขี้ไคล ยิ่งสะสมไปนานๆ มันก็จะกลายเป็นความดำที่ถาวร ตอนนี้มาหาวิธีแก้เรื่องคอดำกันดีกว่า มีอะไรที่กำจัดมันไปได้บ้าง ลองดูค่ะ



ขัดขี้ไคล

เป็นอะไรที่เบสิก การอาบน้ำไม่ใช่ฟอกสบู่ถูตัวเพียงอย่างเดียว แต่ควรถูเอาคลาบไคลที่เกาะตัวเรามาในระหว่างวันออกไปด้วย ถ้าไม่ถูด้วยมือก็ใช้ใยบวบหรือฟองน้ำเป็นตัวช่วย จะทำให้เราอาบน้ำได้สะอาดมากขึ้นค่ะ

สครับผิว

เชื่อเลยว่าต้นคอเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่ละเลยเวลาสครับผิว แต่หลังจากนี้ไม่ห้ามลืมเด็ดขาดนะคะ ต้นคอหรือหลังคอเราก็ต้องดูแลขัดขี้ไคลไม่แพ้ส่วนไหนในร่างกาย อย่างน้อยก็ต้องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งล่ะ ที่เราต้องขัดผิวบริเวณคอ อย่ารอช้า ถ้าใครไม่เคยขัดรีบจัดการด่วน

เช็ดต้นคอ

โทนเนอร์ก็ดี น้ำมันมะกอกก็ดี นำมาเช็ดต้นคอหลังอาบน้ำเป็นประจำ ถือเป็นการช่วยบำรุงผิวไปในตัวด้วย ซึ่งมันจะเป็นตัวช่วยทำให้รอยดำที่คอจางลงได้ค่ะ

บำรุงผิว

ผิวที่อื่นยังต้องบำรุง อย่าลืมว่าต้นคอก็มีผิวที่ต้องโชว์เหมือนกันนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นเวลาบำรุงผิวอย่าลืมบำรุงที่ต้นคอด้วย เพราะมันจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง แล้วรอยดำ ความหมองคล้ำก็จะลดลง


อย่าลืมนะคะ ทำแบบนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ผมสั้น หรือใครที่อยากจะมัดผมแต่กังวลเรื่องต้นคอ ไม่ต้องรอกันแล้ว เริ่มดูแลผิวตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ


สิวผุด โรคผุด ต้องรีบหยุดเพื่อความสวย

มาค่า… มาเช็คกันหน่อยว่าสิวที่ขึ้นบนใบหน้าของเราเนี่ย เกิดจากสาเหตุอะไร แต่รู้ไหมว่าสิวที่ขึ้นบนใบหน้าไม่ได้เป็นเพราะความสกปรกหรือแบคทีเรียใดๆ เท่านั้น แต่มันยังฟ้องถึงสุขภาพร่างกายของเราด้วย งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วล่ะค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าสิวจะบอกอะไรเราได้บ้าง



สิวขึ้นจมูก

เกิดจากกระเพาะอาหารร้อนเกินไป ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี ทำให้เป็นสิวเสี้ยนหรือสิวหัวช้างบริเวณจมูก นอกจากนี้ ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้บางคนเป็นสิวบริเวณนี้ในช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยทองด้วยนะ ทางแก้ก็คือเอาเย็นดับร้อนซะเลย กินผลไม้ เช่น แตงโม แคนตาลูป แอ๊ปเปิ้ล มังคุด พวกนี้ช่วยทำให้ดีขึ้น แล้วอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยค่ะ

สิวขึ้นคาง

เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนเป็นหลัก รวมกับไตทำงานผิดปกติ พอเป็นเรื่องไตก็รู้แล้วไงว่าเราต้องลดเค็มลงแล้วดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น ถึงแม้จะไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดแต่กันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

สิวขึ้นแก้ม

ระบบไหลเวียนเลือด และปอดทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แบบนี้ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น กินอาหารที่มีฤทธิ์เย็น และหมั่นออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยเรื่องการทำงานของปอด ถ้าใช้เครื่องสำอาง ต้องใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าให้หมดจดทุกครั้งก่อนล้างหน้า จะทำให้ไม่มีสิวอุดตัน และควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดโทรศัพท์มือถือสัปดาห์ละครั้ง

สิวขึ้นรอบปาก

เกิดจากลำไส้มีความร้อนมากเกินไป เพราะกินอาหารเผ็ดจัด อาหารทอด อาหารมันมากเกินไป บางทีก็อาจเกิดจากการไม่ดูแลความสะอาดรอบปากหรือแพ้ยาสีฟัน ทางแก้ก็คือต้องลดอาหารเผ็ด อาหารมัน และเปลี่ยนยาสีฟันใหม่เพราะบางทีเราอาจแพ้สารเคมีจากยาสีฟันที่เราใช้

สิวขึ้นหน้าผาก

เกิดขึ้นจากความเครียด ซึ่งส่งผลต่อตับ หรืออาจเกิดจากการสะสมของความร้อนบริเวณหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ทำให้มีการท้องผูก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาด หรือแพ้แชมพู ทำให้เป็นสิวหรือผดบริเวณไรผมก็ได้นะคะ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเครียดเราไม่ควรนอนดึก ช่วยให้ตับไม่ต้องทำงานหนัก หาวิธีลดความเครียดด้วยตัวเราเอง นอกจากนี้ก็ลองเปลี่ยนแชมพูดูค่ะ เพราะเราอาจแพ้แชมพูก็ได้



สวยใสไกล “กระ” ต้องทำแบบนี้

พอมองหน้าสดของตัวเองก็ปวดใจ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นผิวมันไม่ใสแบบสมัยวัยรุ่นแล้วน่ะสิ ศัตรูหมายเลข 1 ของผู้หญิงเลยก็คือ กระ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีผิว มีลักษณะเป็นเม็ดสี ๆ ซึ่งอาจจะเป็นสีน้ำตาล สีดำ สีเหลือง หรือสีแดงก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ตำแหน่งยอดฮิตเลยก็คือจุดที่รับแสงได้มากที่สุด นั่นคือ โหนกแก้มและจมูก งานนี้ปกปิดก็ยาก ทำให้เราดูมีอายุขึ้นมาอีก แบบนี้ต้องหาวิธีป้องกันและกำจัดนะคะ อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด เริ่มต้นด้วยวิธีเหล่านี้เลยค่ะ


ป้องกันแสงแดด

อะไรจะป้องกันได้ถ้าไม่ใช่ครีมกันแดด เราต้องทาทุกวันอย่าได้ขาดนะคะ เพราะมันเป็นตัวช่วยสำคัญของผิวเราเลยล่ะ โดยควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป รวมถึงควรมีค่า PA+++ เพื่อป้องกัน UVA และ UVB ด้วยค่ะ

หลบแดดบ้าง

ไม่ใช่ว่าทาครีมกันแดดแล้วก็พร้อมเผชิญหน้าต่อความร้อนระอุได้ตลอดเวลา ถึงอย่างไรก็ต้องหลบแสงแดดค่ะ เพราะบางทีครีมกันแดดก็เอาไม่อยู่ แถมเราต้องเติมระหว่างวันอีก เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะเวลา 10.00-16.00 น. ค่ะ

แอคเซสซอรี่

งานนี้ครีมกันแดดอย่างเดียวอาจไม่พอ (ดูแสงแดดบ้านเราสิ) ถ้าวันไหนต้องออกแดดจ้า อาจจะต้องเตรียมหมวก ร่ม แว่นตา เสื้อผ้าปกป้องผิว เตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนดีกว่านะคะ อย่างน้อยก็เป็นตัวช่วยได้เยอะเลยล่ะค่ะ

กินอาหารบำรุงผิว

นอกจากปกป้องแล้วก็ต้องบำรุงคู่กันไปด้วยค่ะ อาหารดีมีประโยชน์ช่วยบำรุงผิวของเราให้แข็งแรงได้ โดยเฉพาะพวกผักและผลไม้ บอกเลยว่ามีวิตามินสูง ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวแข็งแรงและปกป้องผิวจากภายในได้ เผลอๆ ดีกว่าภายนอกอีกนะคะ

บำรุงผิว

ขาดไม่ได้เช่นกันเพราะมันสำคัญพอๆ กับการปกป้องผิวนั่นแหละค่ะ การบำรุงผิวภายนอกจะช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายให้กลับมางดงามได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ หรือการทำทรีตเม้นต์ ใครสะดวกแบบไหนก็จัดไปค่ะ


ดูแลผิว ปกป้องผิวครบหมดทุกด้านแล้ว คราวนี้เราก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าผิวจะคล้ำเสียยาวนานแล้วล่ะค่ะ แต่ทุกๆ ขั้นตอนก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราเจอแสงแดดทุกวัน ดังนั้นพิถีพิถันกับผิวกันหน่อยนะคะ


มะนาว+น้ำผึ้ง สูตรลดตีนกามาก่อนวัย

เมื่อเดินทางมาถึงวัยที่ต้องยิ้มหน้าเกร็งตอนถ่ายรูป เพราะกลัวว่าร่าเริ่งสุดแล้วจะเห็นตีนกาโชว์ชัดเจน แบบนี้ต้องเกณฑ์กำลังขับไล่ อย่าให้ตีนกาที่ไหนมาประทับอยู่บนหน้าเราได้ง่ายๆ ลองเอาสูตรนี้ไปใช้ เขาว่ากำจัดรอยตีนกาได้อยู่นะ สาวๆ วัยใหญ่แต่อยากใสอยู่ลองดูค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำมะนาวสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีกำจัดรอยตีนกา

  1. ก่อนอื่นทำส่วนผสมเตรียมไว้ด้วยการมิกซ์ทุกอย่างให้เข้ากัน
  2. จากนั้นควรล้างหน้าทำความสะอาดผิวให้เกลี้ยงแล้วซับให้แห้ง
  3. นำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาพอกบิรเวณรอยตีนกาเอาไว้ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แต่ถ้าผิวบอบบางอาจทำแค่ 5-10 นาที เพราะมีกรดมะนาวผสมอยู่ด้วย
  4. พอครบเวลาก็ล้างหน้าหรือใช้น้ำอุ่นเช็ดส่วนผสมออกให้หมดอย่าให้ตกค้าง
ทำสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงมากขึ้น จริงๆ สามารถมาส์กเอาไว้ได้ทั้งใบหน้าไม่ใช่เฉพาะรอยตีนกา เพราะมันเป็นเคล็ดลับชะลอวัยของสาวรุ่นใหญ่เขาเลยค่ะ


3 สูตรไทยๆ กำจัดขาลายด้วยธรรมชาติ

ถึงเวลาแห่งช่วงหน้าร้อน ต้องเดินใส่กางเกงขาสั้นกันบ้างแล้วล่ะ แต่แหม… หมดความมั่นใจไม่กล้าโชว์ขา เพราะลาย

พร้อยขนาดนี้ ใครจะกล้าล่ะคะ ดังนั้นก่อนจะโชว์เรียวขาได้อย่างมั่นใจ เรามาฆ่าผิวลายบนเรียวขากันก่อนเลยดีกว่าค่ะ



สูตรที่ 1: มะขามเปียก + ขมิ้น

สองสิ่งนี้เข้ากันได้อย่างดีเลยค่ะ นำน้ำมะขามเปียกผสมกับขมิ้นผง แล้วนำใยบวบไปแช่น้ำจนนิ่ม พอได้แล้วก็นำไปชุบน้ำมะขามเปียกที่ผสมไว้ ค่อยๆ ขัดวนลงบนผิวหนังที่มีรอยด่างดำ หรือจะขัดทั่วทั้งขาก็ดีงามค่ะ จะได้สวยเสมอกันทั้งเรียวขา เน้นบริเวณหัวเขาหรือตาตุ่มที่ดำด้านด้วยก็จะยิ่งดีนะคะ จากนั้นจึงค่อยล้างน้ำออกให้สะอาด ผิวจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นค่ะ

สูตรที่ 2: ดินสอพอง + มะนาว

นำดินสอพองไปผสมกับน้ำมะนาวแล้วคนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น โดยกะปริมาณของส่วนผสมที่ใช้ให้พอดีกัน จากนั้นนำมาพอกขาหรือแต้มลงบนจุดด่างดำ แล้วทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกทำความสะอาดผิวแล้วทาครีมบำรุงผิว ทำเป็นประจำแบบวันเว้นวันจะช่วยลดรอยต่างๆ บนเรียวขาให้กลับมาสวยเนียนได้

สูตรที่ 3: มะกรูด

นางเอกฉายเดี่ยวแบบไม่ต้องมีตัวช่วย แค่นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง แล้วนำไปถูวนๆ ตรงบริเวณที่มีรอยด่างดำบนเรียวขา เสร็จแล้วก็ล้างออกให้สะอาด ใครมีผิวแพ้ง่ายต้องระวังการแสบคัน ทำแบบนี้ไปสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ก็จะช่วยทำให้รอยด่างดำหายไปค่ะ


เจอ 3 สูตรนี้เข้าไปแล้วต้องบอกว่ารอยดำอยู่ต่อไม่ไหวแน่นอน ตอนนี้ใครมีปัญหาผิวแบบนี้อยู่เลือกสูตรแล้ว
นำไปใช้กันได้เลยนะคะ


มาส์กผิวนุ่ม MILK+COCUMBER แถมขนลดลงด้วยนะ

ความสวยแบบ 2 in 1 ทำแค่ครั้งเดียวดูแลความงามได้ทั้งด้าน อย่างแรกคือผิวที่เนียนนุ่มด้วยส่วนผสมที่เรากำลังจะแนะนำ อย่างที่สองถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่คุ่มค่าสำหรับคนที่มีปัญหาขนเยอะ มันจะทำให้ขนบางและขึ้นช้าลง ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มันทำให้ผิวของเราดูดีแบบผู้หญิงๆ เลยล่ะ ก่อนอื่นเรามาเตรียมส่วนผสมของมาส์กกันเลย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • นม
  • น้ำแตงกวา
  • เบกกิ้งโซดา
  • ผงเจลาตินรสผลไม้


วิธีทำมาส์ก

  1. นำผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงในชาม
  2. จากนั้นเพิ่มนม 2 ช้อนโต๊ะ และเบคกิ้งโซดา ½ ช้อนชา ตามด้วยน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ แล้วผสมให้เข้ากัน
  3. พอได้ส่วนผสมที่เข้ากันแล้วก็นำส่วนผสมนี้ไปเข้าไมโครเวฟ อุ่นเป็นเวลา 10-20 วินาที

วิธีบำรุงผิว

รอให้มาส์กอุ่นลงจนไม่ร้อนผิวเกินไป จากนั้นก็นำมามาส์กผิวหน้าหรือผิวกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีขนเยอะๆ เช่น ขา แขน มือ หลังจากทามาส์กทิ้งไว้มันจะค่อยๆ แห้ง จากนั้นเราก็ลอกมาส์กออก ทำเป็นประจำนอกจากผิวจะนุ่มแล้วขนก็ยังลดลงอีกด้วย
ทีนี้เราก็จะมีผิวที่สวยเนียนแบบผู้หญิงกันแล้วนะ ใครถูกใจสูตรรีบไปหามาลองใช้กันได้เลยค่ะ


จริงหรือ? อยากผอมต้องงดข้าว เพราะ “ข้าว” ทำให้อ้วน

กระแสรักสุขภาพเป็นอะไรที่อินเทรนด์มากในสังคมไทยยุคนี้ โดยผู้บริโภคมีการตื่นตัวที่จะใส่ใจเลือกอาหารการกินของตัวเองมากขึ้นเพื่อหวังผลในเรื่องรูปร่างและสุขภาพที่ดี ในการควบคุมน้ำหนักนั้นหลายคนเลือกใช้วิธีการงดข้าว หันไปรับประทานอาหารชนิดอื่นแทน เพราะเชื่อว่าการกินข้าวทำให้อ้วน!!
ข้าว” เป็นอาหารหลักของชาวไทยและชาวเอเชียมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยข้าว ประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับสารอาหารหลักๆ ที่มีในข้าว ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ใยอาหาร, ไขมัน, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, ในอาซิน, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส และอื่นๆ อีกมากมาย
จากการศึกษาตารางโภชนาการอาหารเปรียบเทียบแคลอรี่จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขพบว่า…
อาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ข้าว ให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี่
ในขณะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น…

  • ขนมปัง ให้พลังงาน 267 กิโลแคลอรี่
  • เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี่
  • ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่
ซึ่งล้วนให้พลังงานสูงกว่าการกินข้าวทั้งสิ้น หรือแม้กระทั่งอาหารคลีนที่นิยมรับประทานกันก็มีแคลอรี่สูงกว่าข้าวแบบที่ทุกคนอาจจะนึกไม่ถึง อาทิ อกไก่ไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อปลาไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อวัวไม่ติดมัน ให้พลังงาน 233 กิโลแคลอรี่, หมูย่าง ให้พลังงาน 333 กิโลแคลอรี่
จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการกินข้าวไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างที่คิดแต่สาเหตุที่ทำให้อ้วนนั้นเป็นเพราะว่ามีการใช้พลังงานน้อยกว่าสิ่งที่กินเข้าไปในแต่ละวัน ในขณะเดียวกันคนที่เข้าใจผิดว่ากินข้าวแล้วอ้วนนั้นบางคนเลือกที่จะไม่กินข้าว หรือแม้กระทั่งอาหารจำพวกแป้งอื่นๆ เลย ซึ่งถือเป็นการทำร้ายสุขภาพเพราะเมื่อไม่กินข้าวเลยร่างกายจะขาดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ขาดวิตามินบีทำให้การเผาผลาญช้าลง ขาดพลังงานจนอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ส่งผลให้อยากกินจุบจิบตลอดเวลา และเป็นสาเหตุที่ทำให้การควบคุมน้ำหนักยากมากขึ้นไปกว่าเดิม
ทราบแล้วใช่มั้ยคะว่าการอดข้าวไม่ใช่คำตอบของการลดน้ำหนัก แต่ทั้งนี้ก็ควรกินข้าวในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากคุณกินมากเกินความต้องการของร่างกายก็มีสิทธิน้ำหนักพุ่งได้นะ


สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณรับประทานคอลลาเจนทุกวัน


อาจจะฟังดูแปลกแต่การใส่ผงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ได้จากวัวและปลาลงไปในกาแฟ เครื่องดื่มสมูทตี้ ข้าวโอ๊ต หรือน้ำผลไม้จู่ๆก็กลายเป็นกระแสมาแรงในหมู่คนที่นิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ประโยชน์ของมันคืออะไร? เรากำลังพูดถึงผงคอลลาเจนซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างโปรตีนแล้วยังสามารถบรรเทาอาการปวดตามข้อ บำรุงสุขภาพลำไส้ และลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย ขณะที่บางคนกำลังวิตกกังวลเรื่องภาวะแก่ก่อนวัย หรือระบบทางเดินอาหารทำงานน้อยลง หรือปวดตามข้อต่างๆ และกระดูกลั่นราวกับคนแก่อายุแปดสิบปี แต่ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ว่าผงคอลลาเจนนั้นเชื่อถือได้หรือเปล่า ขั้นแรกคือทำการวิจัย ส่วนขั้นที่สองคือต้องทดลอง!
การศึกษาล่าสุดพบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนทุกวันจะมีร่องลึกรอบดวงตาน้อยลงถึงร้อยละ 20 หลังจากที่ผ่านไป 8 สัปดาห์ นอกจากนี้การศึกษาอื่นยังพบว่าการรับประทานคอลลาเจนเสริมทุกวันจะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าที่เกิดจากโรคข้อเสื่อมได้เนื่องจากคอลลาเจนจะเพิ่มระดับกรดอะมิโนซึ่งใช้ในการสร้างเนื่อเยื่อกระดูกและข้อต่อ และแม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ส่งผลต่อสุขภาพลำไส้แต่ก็มีความเป็นไปได้เนื่องจากกรดอะมิโนจากคอลลาเจนจะช่วยป้องกันภาวะลำไส้รั่วซึ่งเชื่อมโยงกับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและโรคแพ้กลูเต็น เอาละคราวนี้ก็ได้เวลาทดลองแล้ว และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันเริ่มใส่ผงคอลลาเจนจำนวน 2 ช้อนโต๊ะลงไปในกาแฟหรือเครื่องดื่มสมูทตี้ทุกวันเป็นเวลาติดต่อกันหนึ่งเดือน

1. ฉันรู้สึกอิ่มไปจนถึงมื้อเที่ยง

เนื่องจากคอลลาเจนจำนวน 2 ช้อนโต๊ะจะเพิ่มโปรตีนให้กับสิ่งที่คุณรับประทานหรือดื่มเข้าไปประมาณ 20 กรัม ข้อดีของคอลลาเจนเมื่อเทียบกับผงโปรตีนชนิดอื่นคือความสารพัดประโยชน์ของมันทั้งไร้รสชาติและสามารถละลายในน้ำได้ ดังนั้นกาแฟของฉันก็จะยังมีรสกาแฟแบบเดิมๆไม่ผิดเพี้ยนแต่ประการใด ที่สำคัญความร้อนไม่ทำให้คุณค่าของคอลลาเจนสูญเสียไปด้วย

2. อาการปวดตามข้อลดน้อยลง

ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาฉันทุกข์ทรมานจากอาการปวดตามข้อและเข่าขวาของฉันมากโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ทุกครั้งที่เดินขึ้นบันไดก็จะมีเสียงกระดูกลั่นน่ารำคาญ อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่สามของการทดลองฉันสังเกตว่าอาการปวดตามข้อและเสียงกระดูกลั่นเริ่มลดน้อยลง เชื่อไหมแค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวฉันยอมกินคอลลาเจนไปตลอดชีวิตเลย

3. ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อันที่จริงฉันอาจแค่ไปห้องน้ำถี่กว่าคนปกติทั่วไปก็ได้ (เฮ้ ถ้าคุณกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการป่วยเรื้อรังจากโรคไลม์ติดต่อกันนานถึง 2 ปีก็น่าจะไม่ต่างจากฉันนะ) ดังนั้นฉันจึงต้องรักษาลำไส้จากการกินยาปฏิชีวนะเพื่อบรรเทาอาการก่อน ซึ่งคอลลาเจนสามารถซ่อมแซมระบบทางเดินอาหารและลำไส้ได้เป็นอย่างดี เมื่อจบการทดลองฉันพบว่าตัวเองเป็นตะคริวน้อยลงและไม่ต้องถึงขั้นรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะอาการลำไส้แปรปรวนอีกแล้ว

4. รู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้นแต่ริ้วรอยยังไม่หายไปไหน

ปกติเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวผิวหน้าของฉันจะแห้งกร้านมากและเป็นขุยแม้ว่าจะทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้วก็ตาม แต่ตอนนี้ผิวของฉันกลับอ่อนนุ่ม น่าเสียดายที่ริ้วรอยรอบดวงตาของฉันยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจน อยากลองบ้างไหมล่ะ? ทางที่ดีควรรับประทานคอลลาเจนเสริมทุกวันๆละ 1-2 ช้อนโต๊ะเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวม
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop

มาส์กมือนุ่ม สัมผัสได้ใน 15 นาที

รู้ไหมว่ามือน่ะบอกอายุของเราได้นะ ผู้หญิงบางคนหน้าตึงเป๊ะ แต่ปล่อยผิวมือเหี่ยวเส้นเลือดปูดก็กลายเป็นโชว์อายุไป หรือบางทีอาจจะมีอายุไม่มาก แต่มือแห้งกร้านเหมือนทำงานหนักมาแล้วสัก 30 ปี แบบนี้เราต้องบำรุงผิวมือมากๆ หน่อย อย่าปล่อยให้ขัดกับผิวหน้าเด็ดขาด ซึ่งวันนี้สดสวยก็มีสูตรสวยมาฝากสาวๆ ทุกคนเช่นเคยค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีบำรุงผิว

  1. ก่อนอื่นมาทำส่วนผสมสำหรับบำรุงผิวมือกันก่อนนะคะ เริ่มจากเทส่วนผสมทั้งสามตัวลงในชามแล้วผสมให้เข้ากัน
  2. จากนั้นก็นำส่วนผสมที่ได้มามาส์กผิวมือให้ทั่วเลยค่ะ ได้ทั้งหน้ามือและหลังมือเลยนะ
  3. มาส์กเสร็จก็ทิ้งเอาไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ อย่าให้เสียดสีกับผิวมากเกินไป และตบท้ายด้วยการบำรุงผิวมือด้วยแฮนด์ครีม หรือถ้าใครไม่มีแฮนด์ครีมก็ใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นก็ได้ค่ะ
ลองทำสูตรนี้เพียงสัปดาห์ละครั้ง ผิวมือก็จะค่อยๆ นุ่มเนียน กระจ่างใส ถ้าไม่เชื่อลองทำกันดูสิคะ


น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์จริงๆหรือไม่? เชิญพบกับ 14 คำตอบที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว!


น้ำมันมะพร้าวถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในโลกของความงาม เนื่องจากเพียงช้อนเดียวก็สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับความงามได้เกือบทุกอย่าง หลายคนเชื่อว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยในการบำรุงผิว ฟอกฟันขาว หรือแม้แต่กำจัดกลิ่นกายด้วย ว่าแต่มีข้อพิสูจน์แล้วหรือยัง? ดังนั้นฉันจึงทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงถึงสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวรวมทั้งหมด 14 แบบ และนี่คือคำตอบของฉัน บางอย่างก็ดี บางอย่างก็ประหลาด แต่หวังว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะช่วยประหยัดเวลาให้กับพวกคุณทุกคนได้บ้าง

1. ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม

เมื่อแฟนหนุ่มของฉันสังเกตเห็นรังแคที่อยู่บนศีรษะ ฉันก็เกิดอาการสติแตกเล็กน้อยและนำน้ำมันมะพร้าวมานวดบนหนังศีรษะและเคลือบผมทุกเส้นตั้งแต่โคนจรดปลายผมก่อนที่จะใช้มือสางเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันมะพร้าวซึมเข้าไปจนทั่วแล้ว จากนั้นฉันก็เกล้าผมหลวมๆและนำผ้าขนหนูมาคลุมไหล่ ที่เหลือเพียงอย่างเดียวก็คือรอ ฉันทิ้งไว้อย่างนี้ประมาณสี่ชั่วโมงก่อนล้างออก วันต่อมาผมของฉันนุ่มขึ้นมากและเงางามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สรุปได้ผล!

2. มอยส์เจอไรเซอร์

อย่างแรกคุณต้องแน่ใจว่ามีเวลาเหลือเฟืออย่างน้อยประมาณ 30 นาทีเพื่อให้น้ำมันซึมซาบลงสู่ผิวก่อนที่จะแต่งตัวหรือออกไปกลางแจ้งเนื่องจากผิวสัมผัสอาจรู้สึกเหนอะหนะเล็กน้อย สรุปได้ผล!

3. ครีมโกนขนขา

ก่อนอื่นคุณไม่ควรนำน้ำมันมะพร้าวใส่ภาชนะที่เป็นแก้วและวางไว้ในห้องน้ำ ทางที่ดีควรเลือกใส่ไว้ในภาชนะพลาสติกแล้วค่อยเทออกมาในกรณีที่ต้องการใช้ ฉันจะบอกว่ากลิ่นของน้ำมันมะพร้าวหอมมากและทำให้ขาของฉันชุ่มชื้นมากจนแทบไม่ต้องใช้อย่างอื่นเลย แต่มันจะเหนียวหนึบอยู่บนใบมีดโกนดังนั้นควรใช้เวลาในการโกนให้น้อยที่สุด สรุปผ่าน!

4. ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย

น้ำมันมะพร้าวจะไม่ดับกลิ่นกายหรือกลิ่นเหงื่อ ฉันรู้สึกเหมือนว่ามีน้ำมะพร้าวเหม็นหืนไหลออกมาจากรักแร้ของฉัน (มากเกินไปไหม?) ทางที่ดีฉันว่าจะลองกับส่วนผสมธรรมชาติอื่นๆดูบ้าง แต่ด้วยคุณสมบัติที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ และตรงรักแร้ก็เต็มไปด้วยเหงื่อไคลที่แสนสกปรก สรุปว่าฉันให้ผ่านละกัน!

5. ลิปบาล์ม

สรรพคุณไม่ต่างจากผิวกาย ริมฝีปากของฉันชุ่มฉ่ำมาก แค่อย่าเผลอเลียมันออกหมดล่ะ สรุปได้ผล!

6. ฆ่าเชื้อโรค

ฉันเพิ่งหกล้มเข่ากระแทกและเป็นแผลถลอกก็เลยทาแผลด้วยน้ำมันมะพร้าว เพียงทาทุกวันในตอนเช้าก็ทำให้แผลปลอดจากการติดเชื้อและยังช่วยทำให้ตกสะเก็ดเร็วขึ้นอีกด้วย สรุปได้ผล!

7. น้ำมันบำรุงจมูกเล็บ

เพียงจุ่มสำลีพันปลายไม้ลงในน้ำมันมะพร้าวและทาลงไปบนจมูกเล็บ ในตอนเช้าหนังบริเวณโคนเล็บก็จะนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สรุปได้ผล!

8. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง

การใช้น้ำมันมะพร้าวอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองเล็กน้อย แม้ว่าฉันจะสามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางทั้งหมดได้หรือแม้แต่คราบมาสคาร่า แต่ฉันก็ต้องใช้เวลานานกว่าเดิมสองเท่าในการใช้ผ้าเช็ดน้ำมันมะพร้าวออกจากผิวหน้าได้หมด สรุปไม่ได้เรื่อง!

9. น้ำยาบ้วนปาก

ฉันว่าการนำน้ำมันมะพร้าวมาบ้วนปากไม่เหมาะสำหรับฉัน เนื่องจากข้อแนะนำที่ว่าควรใช้เวลาราว 20 นาทีนั้นนานเกินไป (แค่นาทีเดียวก็สำลักแล้ว) ฉันไม่สามารถอดทนได้นานพอที่จะหาคำตอบ สรุปไม่พบคำตอบ!

10. ครีมทารอบดวงตา

ไม่เห็นความแตกต่างหลังจากที่ใช้น้ำมันมะพร้าว แต่ก็ไม่แย่ไปกว่าเดิมเช่นกัน สรุปงั้นๆแหละ!

11. ผลิตภัณฑ์ขัดผิวกาย

คุณสามารถผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำตาลแดงได้หากต้องการ จากนั้นก็นำไปขัดผิวระหว่างอาบน้ำ เชื่อสิผิวพรรณของคุณก็จะนุ่มขึ้นและเรียวขาก็น่าลูบไล้ราวกับว่าคุณเป็นนางแบบโฆษณามอยส์เจอไรเซอร์เลยทีเดียว สรุปได้ผล!

12. ผลิตภัณฑ์เพื่อผมเรียบตรง

ลูบเบาๆก็พอแล้วเพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้เส้นผมเหนียวเหนอะและติดกัน เพียงเท่านี้เส้นผมของคุณก็จะเรียบตรงไปตลอดทั้งวัน สรุปได้ผล!

13. บรรเทาอาการแพ้

แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อโรค แต่ฉันว่ามันใช้ไม่ได้ในบางกรณี สรุปไม่ผ่าน!

14. ผลิตภัณฑ์กันแดด

แสงแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาก็ช่างหายากเหลือเกิน รอยเสื้อกล้ามบนตัวฉันเริ่มปรากฏขึ้นมาเป็นสีชมพู อย่างไรก็ตามน้ำมันมะพร้าวจะใช้ได้ผลดีกับผู้ที่มีผิวขาวไม่มากนักหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง แต่มันก็เทียบไม่ได้กับค่า SPF ของจริงอยู่ดี สรุปผ่าน!
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop