ง่ายกว่านี้มีอีกไหม? วิธีการแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง สาวๆทุกคนเริ่มทำเลย



ไม่ว่าคุณจะดูแลผิวหน้าให้ดีแค่ไหน ปัญหารูขุมขนก้วางก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ทำให้ปัญหาทางผิวหน้าของเราเกิดขึ้นได้ชัดมากขึ้น ถ้าคุณมีปัญหารูขุมขนกว้างและทำผิวหน้าไม่น่าดูและรบกวนจิตใจของคุณ


วันนี้เรามีวิธีที่ดีในการกระชับรูขุมขนมาเสนอให้ค่ะ

วิธีการแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง: 

ล้างหน้าด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิห้องทุกวัน แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไปการล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้นตอนเช้าตื่นนอนและตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกายการล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไปซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้





ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้าโดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้างประมาณ 15-30 วินาทีจะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง



เบคกิ้งโซดา เบคกิ้งโซดาจะช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิว สำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยากแต่สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบางควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวังเพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

●ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

●จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้างแล้วนวดให้เป็นวงกลมเบาๆประมาณ 30 วินาที

●แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น

●ทำเป็นประจำทุกคืนประมาณ 5-7 วันต่อสัปดาห์หลังจากนั้นจึง




ค่อยๆลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์


ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยวนำผ้าขนหนูผืนเล็กๆที่ใช้เช็ดหน้าแช่ในน้ำมะนาวหรือน้ำสับปะรดให้พอชื้นๆจากนั้นให้นำผ้าขนหนูวางทาบลงบนใบหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิห้อง ซึ่งน้ำมะนาวและน้ำสับปะรดจะมีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึงแล้วยังสามารถช่วยทำให้ผิวขาวใสขึ้น และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลงถ้าผิวของคุณบอบบางมาก ก่อนที่จะทำควรทำให้ผิวมีความชื้นก่อน


ใช้ครีมล้างหน้าที่มีผลต่อการขจัดผิวที่ตายหรือผิวเก่าได้ ครีมล้างชนิดนี้มักจะมีอนุภาคขนาดเล็กเป็นองค์ประกอบ การนวดหน้าจะสามราถช่วยทำให้รูขุมขนไม่อุดตันได้ ครีมล้างหน้าชนิดนี้จะสามารถใช้แทนครีมล้างหน้าทั่วไปได้ในตอนกลางคืน


มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ตโยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติกซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าและยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน




●นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้นทาบางๆให้ทั่วใบหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

●ทำเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้วก็เหมือนกับมาส์กหน้าทั่วไปนี่แหละ ใช้จำนวนให้พอดีจึงจะได้ผล

ทานอาหารที่มีประโยชณ์ต่อสุขภาพ ทานโปรตีนผักและผลไม้เยอะๆดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ลดดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาเฟอีนให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการกินนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมมากเกินไป เพราะว่านมมีฮอร์โมน จะก่อให้เกิดปัญหาสิวได้

รับทานของที่มีวิตามิน A B และ Cให้พอเพียง วิตามินซีสามารถช่วยลดริ้วรอยแผลเป็นได้

ส้มจะสามารถช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึงและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและลดรูขุมขนให้เล็กลงได้

พวกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ขัดใบหน้าควรใช้ 4-6 สัปดาห์ ต่อหนึ่งครั้ง ไม่ควรใช้บ่อย การใช้บ่อยเกินไปจะไม่ดีกับผิวหน้าของเราอีกอย่างหนึ่ง อย่าลืมว่า




ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการดูแลผิว ให้แน่ใจว่ามือของคุณสะอาดหรือไม่

●จำไว้นะ อย่าบีบสิว ไม่ว่าคุณทำยังไง เบาแค่ไหนก็จะทำให้ผิวเป็นแผลได้ที่ดีที่สุดก็คือพยายามไม่สัมผัสใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นรอยแผล เพราะว่ามือของคุณมีน้ำมันและสิ่งสกปรกมากมาย จะก่อให้เกิดปัญหารูขุมขนอุดตัน

●ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ไม่ได้หมดอายุ

●อย่าปล่อยให้น้ำมะนาวเข้าตา เพราะว่าน้ำมะนาวจะทำให้แสบตาและปวดตาได้







อยากให้ลองทำมากๆ วิธีลดรูขุมขนกว้าง..ด้วยสูตรง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้เองที่บ้าน


บ่อยครั้งที่เรามักมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขนให้เล็กลง และรักษาสภาพผิวให้กับคุณ แต่สิ่งเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับการสารเคมีที่ค่อนข้างรุนแรง บวกด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล 


ทำไมคุณไม่ลองรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติที่ทำได้เองล่ะ? ธรรมชาติสัญญาว่าจะมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่าให้กับคุณ แถมคุณยังปลอดภัยห่างไกลจากสารพิษอีกด้วย เบคกิ้งโซดาคือผลิตภัณฑ์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้

ผสมเบคกิ้งโซดากับน้ำเปล่าให้กลายเป็นน้ำข้นเหนียว และนำมาทาลงบนใบหน้าของคุณ ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น 

นอกจากนี้เรายังมีสูตรธรรมชาติอีกหลายสูตรที่จะนำผิวสุขภาพดีมาให้คุณอย่างที่วาดฝัน ซึ่งสูตรเหล่านี้ใช้ส่วนประกอบง่ายๆเพียงสองถึงสามอย่างเท่านั้น 

ไข่ขาวกับน้ำมะนาว

นำไข่ขาวสองฟองมาผสมกับน้ำมะนาวสองสามหยด นำส่วนผสมมาทาไว้บนใบหน้าของคุณ ทิ้งไว้ให้แห้งสัก 4-5 นาที ล้างออกให้สะอาด สูตรมาส์กหน้าสูตรนี้ช่วยกระชับรูขุมขน และขจัดน้ำมันส่วนเกิน รวมถึงผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก

อัลมอนด์และน้ำมะนาว

แช่อัลมอนด์สี่ห้าเม็ดในชามขนาดเล็ก ทิ้งค้างคืนเอาไว้ เช้าวันถัดมา นำอัลมอนด์มาบดและใส่น้ำมะนาวสดลงไปหนึ่งช้อนชา ทาทิ้งไว้บนไว้หน้าประมาณหนึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำเย็น

มะเขือเทศและน้ำมะนาว

ผสมน้ำมะเขือเทศและน้ำมะนาว 2-4 หยดเข้าด้วยกัน ใช้แผ่นมาส์กหน้าแช่ส่วนผสม และนำมาวางบนใบหน้าของคุณ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาทีและล้างออกด้วยน้ำเย็น มะเขือเทศมีผลในการทำให้ผิวกระชับ และน้ำมะนาวช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิว สูตรโฮมเมดสูตรนี้นำมารักษารูขุมขนกว้างได้ดีเช่นกัน 

แตงกวา มะนาว และน้ำกุหลาบ

ปอกเปลือกและขูดแตงกวาออกเป็นเส้น ใส่น้ำมะนาวลงไปสามสี่หยด คนให้เข้ากันด้วยน้ำกุหลาบ นำส่วนผสมกลิ่นหอมนี้ใส่ไว้ในผ้าสะอาดและนำมาเช็ดบนใบหน้าของคุณ แล้วล้างออก

มะนาวและน้ำสัปปะรด

น้ำมะนาวครึ่งลูกเทลงในน้ำสัปปะรดครึ่งแก้ว นำผ้าก็อซหรือผ้าอื่นๆที่คุณเลือกใช้มาแช่ และนำมาเช็ดบนใบหน้าของคุณ ปล่อยทิ้งไว้ 5 นาทีและล้างออกให้สะอาด 



แจกสูตร สูตรทำแชมพูมะกรูด ผมลื่นหวีง่ายดกดำเงางาม


สูตรทำแชมพูมะกรูดแบบไร้สารเคมี

วันนี้มาแนะนำทำแชมพูมะกรูดแบบไร้สารเคมี คือ ไม่ใช้หัวแชมพูหรือผงฟอง ส่วนผสมหาง่ายๆ ใช้เพียงมะกรูด 1 กิโลกรัม กับน้ำสะอาด 1 ลิตร

วิธีการทำ

1. นำผลมะกรูดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วผ่าซีก เอาเมล็ดออก หั่นทั้งเปลือกให้ เป็นชิ้น

2. นำไปต้มกับน้ำในหม้อ ปิดฝา ต้มนาน 15 นาที

3. ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำทั้งน้ำและเนื้อมะกรูดไปปั่นในเครื่องปั่นจนละเอียด

4. นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำมะกรูดที่ข้นเหนียวเป็นครีม

5. นำน้ำมะกรูดที่ได้ไปนึ่ง หรือ ต้มไฟอ่อน พอเดือดปุดๆ ยกลงทิ้งไว้ ให้เย็น นำไปบรรจุขวดที่มีฝาปิด เก็บได้นาน 3-6 เดือน

วิธีใช้

ใช้สระผมแทนแชมพูทั่วไป เวลาสระผมจะไม่มีฟอง แต่จะทำให้ผมสะอาด นุ่มสลวย ผมลื่นหวีง่าย ผมจะดกดำ เงางาม



วิธีแก้กลิ่นตัวแบบได้ผล ตัวเหม็นแค่ไหนก็ไม่หวั่น...ได้ผลชะงัดเลยหละ


ตัวเหม็นแค่ไหนก็ไม่หวั่น...วิธีกำจัดกลิ่นตัวให้ได้ผลชะงัด

วิธีแก้กลิ่นตัวแบบได้ผล

แม้บ้านเราจะมีอากาศที่ร้อนอบอ้าวก็จริง แต่การมีกลิ่นตัวแรงคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ใช่ไหมคะ มาค่ะ เรามีวิธีกำจัดกลิ่นตัวแบบได้ผลมาฝาก 


อันดับแรกคือการรักษาความสะอาดของร่างกาย

การอาบน้ำชำระร่างกายเป็นวิธีหนึ่งที่กำจัดกลิ่นตัวที่ได้ผล เพราะจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและแบคทีเรียออกจากร่างกาย ถ้าจะให้ดีควรเลือกใช้สบู่ที่มีคุณสมบัติกำจัดแบคทีเรียด้วย หรือจะลองใช้เบกกิ้งโซดามาผสมน้ำอาบก็ได้เหมือนกันนะ 

เช็ดตัวให้แห้งหลังอาบน้ำ

หลายคนมักมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเราเช็ดตัวไม่สะอาด โดยเฉพาะตามซอกหลืบ ข้อพับ ง่ามเท้า ฯลฯ ก็จะเป็นจุดอับชื้นและหมักหมมแบคทีเรียได้อย่างดี เป็นสาเหตุของกลิ่นตัวยังไงล่ะ 

ลดการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรงและอาหารรสเผ็ด

เพราะร่างกายของเราจะขับกลิ่นเหล่านี้ออกมาทางผิวหนังเวลาที่มีเหงื่อออกด้วยน่ะสิ ไม่ใช่ว่าทานไม่ได้เลยนะ แต่นานๆ ทีจะดีกว่าค่ะ ส่วนอาหารรสเผ็ด มันจะยิ่งทำให้ร่างกายเราขับเหงื่อออกมาเพื่อคลายความร้อน ดังนั้นอากาศร้อนๆ แบบนี้ลดการทานอาหารเผ็ดสักหน่อยจะดีกว่านะ 

ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อที่อ่อนโยน

ทางที่ดีควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเป็นสูตรที่อ่อนโยน เพราะผิวหนังบางจุดของเรานั้นมีความบอบบาง จะได้ไม่เกิดการระคายเคืองยังไงล่ะ 

แค่วิธีง่ายๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยลดการมีกลิ่นตัวแรงๆ แบบได้ผลแล้วล่ะค่ะ ลองไปทำตามดูนะคะ 



www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop

สาวๆห้ามพลาด งานนี้ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อครีมแพงๆ สิ่งนี้จะช่วยให้หน้าของคุณขาวใสไม่มีฝ้ากระเลยทีเดียว


สาวคนไหนที่บังเอิญมีกระหรือฝ้าอยู่บนใบหน้า และกำลังมองหา วิธีรักษาฝ้า แบบธรรมชาติอยู่ละก็เรามีหนึ่งวิธีมาแนะนำค่ะ นั่นคือ การใช้หัวไชเท้าช่วยลดฝ้าและกระ ที่ใช้ไชเท้าก็เพราะเป็นผักที่ช่วยกำจัดสารพิษ และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น แต่การรักษาฝ้าด้วยไชเท้าต้องทำสองวิธีควบคู่กันไปจึงจะได้ผลดี

วิธีแรก ในการรักษาฝ้า คือ การกิน..ให้นำหัวไชเท้าดิบมาหั่นซอยเป็นเส้นฝอยๆ กินวันละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะถ้ารู้สึกว่าไม่ชอบกลิ่นฉุนก็ให้กินร่วมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่น สลัด ก็ได้ค่ะพอกหน้าด้วยหัวไชเท้า

ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ พอกหน้าด้วยไชเท้าโดยนำไชเท้ามาหั่นบางๆแล้วปั่นจนละเอียด บีบมะนาวใส่ลงไปเล็กน้อย ปั่นรวมกันอีกครั้ง นำมาทาให้ทั่วผิวหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด 

ถ้าทำสองวิธีนี้ควบคู่กันไปรับรองว่า กระและฝ้า จะเลือนหายไปจากใบหน้าอย่างแน่นอน แถมผิวพรรณยังสดใสมากขึ้นด้วยค่ะ 

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ 



www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop

สครับกระท้อน+ดินสอพอง สูตรลับผิวสวย

วันหยุดว่างๆ เรามาหาวิธีดูแลผิวให้สวยเปล่งปลั่งด้วยเคล็ดลับจากธรรมชาติกันดีกว่าค่ะสาวๆ ซึ่งวันนี้สดสวยก็มีเคล็ดลับความงามจาก “กระท้อน” เอามาฝากกันเล็กๆ น้อยๆ ใครรู้ตัวว่าตัวเองนั้นหน้ามันจนเป็นสิวบ่อยๆ บอกเลยว่าสูตรมาส์กกระท้อนช่วยได้
กระท้อนมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินเอและซี ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิว ป้องกันหวัดและโรคลักปิดลักเปิด มีเพกติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำอยู่สูง จึงดีต่อระบบขับถ่ายและเป็นยาระบายอ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนในร่างกาย แถมยังช่วยดูแลผิวหนังด้วยการนำใบสดไปต้มน้ำอาบ รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อนได้อีกด้วย

สูตรขัดผิวด้วยกระท้อน

  1. ปอกเปลือกกระท้อน นำส่วนเนื้อมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. ปั่นให้ละเอียด
  3. ตักใส่ถ้วยผสมกับดินสอพองให้พอข้น
นำส่วนผสมที่ได้มาสครับผิวเบาๆ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที กรดตามธรรมชาติของกระท้อนจะช่วยกระชับผิวหน้า ลดความมัน และรักษาสิว ทีนี้ผิวก็จะเปล่งปลั่งสดใส ไร้สิวต่างๆ มาสร้างความกังวลใจให้ผิวของเราแล้วล่ะค่ะ



4 สูตรผิวสวยจากมาส์กเปลือกส้ม ลองเลย!

เปลือกส้ม” ของเหลือที่ใครๆ ก็ปอกมันทิ้ง รู้ไหมว่ามันมีดียิ่งกว่าครีมบางตัวเสียอีกนะคะสาวๆ แน่นอนว่า ส้ม เป็นผลไม้มีวิตามินซี แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่ผลของมันเท่านั้น ต้องเรียกว่าดียันเปลือกกันเลยทีเดียวค่ะ วันนี้สดสวยนำสูตร DIY บำรุงผิวจากเปลือกส้มมาบอกต่อ สูตรไหนใครชอบ รอเลยค่ะ!


1.ลดสิวเสี้ยน

เปลือกส้ม + นมสด + ข้าวโอ๊ต

ขูดผิวส้มออกมาแล้วนำไปผสมกับนมสด จากนั้นใส่ข้าวโอ๊ตที่ตำพอละเอียดลงไปเล็กน้อย คนให้พอเหนียวๆ แล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ 15 นาที แล้วเช็ดล้างทำความสะอาดผิวหน้า ในระหว่างที่มาส์กจะขัดบริเวณจมูกที่เป็นสิวเสี้ยนเบาๆ ก็ได้นะคะ สูตรนี้ช่วยกำจัดสิวเสี้ยน สิวหัวดำได้ค่ะ

2.ผิวเนียนนุ่ม

เปลือกส้ม + น้ำผึ้ง +โยเกิร์ต

ผสมเปลือกส้มที่ขูดแล้วลงไปในโยเกิร์ต จากนั้นใส่น้ำผึ้งตามลงไป ให้มีความเหนียวหนืดกำลังดี แล้วนำส่วนผสมมามาสก์ให้ทั่วหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด จะทำให้หน้าเนียนนุ่มขึ้นอย่างมากเลยค่ะ

3.ผิวสดใส

เปลือกส้ม + น้ำมันมะพร้าว + นมสด

ขูดเปลือกส้มเป็นผงละเอียด แล้วนำไปผสมกับน้ำมันมะพร้าวและนมสด จากนั้นก็นำมามาส์กทิ้งไว้ 15-20 นาที จะทำให้ผิวเนียนนุ่มและดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ

4.ผิวกระจ่างใส

เปลือกส้ม + เบกกิ้งโซดา +โยเกิร์ต

ขูดเปลือกส้มให้เป็นผงแล้วนำเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อยเอาไว้ก่อน จากนั้นนำผงเปลือกส้มมาผสมกับเบกกิ้งโซดา แล้วนำไปผสมกับโยเกิร์ตอีกรอบ มาส์กให้ทั่วผิวหน้าแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที รีบล้างออกให้สะอาดอย่าทิ้งไว้นานเพราะอาจระคายเคืองได้ค่ะ


ครบ 4 สูตร บำรุงผิวสวยด้วยเปลือกส้มแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ใครอยากดูแลผิวแบบไหนนำสูตรไปบอกต่อกันได้เลยนะคะ


ผิวสวยด้วย “ครีมมะขาม” สูตรทำใช้เอง มาลองกัน!

อย่างที่เรารู้กันว่า “มะขามเปียก” เป็นตัวช่วยในการปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ ซึ่งใครๆ ก็นำมาทำเป็นสูตรความงามในการดูแลผิวให้สวยเปล่งปลั่ง และวันนี้สดสวยก็มีสูตรดีๆ มาฝาก “ครีมมะขาม” เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ เราสามารถทำเองได้ที่บ้าน และเก็บไว้ดูแลผิวให้กระจ่างใสได้แบบไม่สิ้นเปลือง ลองมาดูสูตรนี้ได้เลยว่าเด็ดแค่ไหนค่ะ

ส่วนผสม

  • นมสด
  • น้ำผึ้ง
  • มะขามเปียก 2-3 ฝัก

วิธีทำ “ครีมมะขาม”


  1. นำมะขามเปียกมาประมาณ 2-3 ฝัก เอาใยออกให้หมด
  2. จากนั้นเอาไปคั้นน้ำอุ่น 2 ช้อน ผสมนมสด 6 ช้อน คั้นให้ข้น เสร็จแล้วกรองออกด้วยผ้าขาวบาง และเติมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย แล้วคนให้เข้ากัน
  3. นำครีมมะขามนี้มาทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ใช้ล้างหน้าแทนสบู่ได้เลย
ใครที่เป็นฝ้าสูตรนี้ก็จะช่วยให้ฝ้าดูจางลงด้วยค่ะ และส่วนผสมที่ทำมาแล้วยังสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 1 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นสามารถกะสัดส่วนของส่วนผสมให้ลงตัวตามต้องการได้เลย


เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้สาวๆ สวยได้จากที่บ้าน ลองดูนะคะ :)


วิธีทำให้รักแร้ดำ กลับมาขาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยตนเอง


ปัญหารักแร้ดำคล้ำสร้างความหนักใจให้กับสาวๆแบบสุดๆ ซึ่งสาเหตุของรักแร้ดำสามารถเกิดได้จากหลายๆสาเหตุ วันนี้เราขอแนะนำสูตรแก้รักแร้ดำให้เรียบเนียน และค่อยๆขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้... 

วิธีทำให้รักแร้ดำ กลับมาขาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยตนเอง

สูตรพอกรักแร้ขาว 

สิ่งที่ต้องเตรียม 

1. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
2. โยเกิร์ต 1 ช้อนชา
3. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
4. ผงขมิ้น 1 ช้อนชา

วิธีทำ เพียงแค่ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน หากข้นเกินไปให้เติมน้ำมะนาวลงไปอีกเล็กน้อย จากนั้นให้นำครีมมาพอกบนรักแร้ที่ดำคล้ำ แล้วทิ้งไว้อย่างน้อยประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น 

สำหรับสูตรพอกรักแร้ขาวนี้สามารถทำทุกวันต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ จากนั้นลดเหลือ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเร่งให้ผิวขาวเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 


www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop

เคล็ดลับนึ่งปลาให้ หอม อร่อย และไม่มีกลิ่นเหม็นคาว กินกับผักลวกน้ำพริก อร่อยเวอร์!!


เคล็ดลับนึ่งปลาให้ หอม อร่อย และไม่มีกลิ่นเหม็นคาว กินกับผักลวกน้ำพริก อร่อยเวอร์!!

1. ให้ทำการคัดเลือกปลาที่สดใหม่โดยให้ทำตามดังนี้

• ดูที่ตาของปลาจะต้องใส ไม่มีสีขุ่น ตากลมโตไม่ลึกโบ๋

• เกล็ดปลาต้องมันเงา ไม่หลุดลอกออก หนังของปลาจะต้องมีเมือกคลุมรอบตัว

• เหงือกของปลาต้องมีสีแดงสด ครีบปิดสนิท

• ทำการออกแรงกดบนตัวปลา เนื้อปลาจะต้องแข็ง ไม่บุ๋มตามแรงกดของนิ้ว 

2. ให้ทำการดับกลิ่นเหม็นคาวปลา โดยทำตามได้ดังนี้

• นำน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ผสมกับเกลือ

• จากนั้นนำมาทาบนตัวของปลา จะช่วยดับกลิ่นเหม็นคาวได้ อีกทั้งยังช่วยทำให้เนื้อปลาไม่แตกหรือเละอีกด้วย 

3. จากนั้นให้ทำการนึ่งปลา โดยทำตามดังนี้

• ต้องหมั่นเปิดฝาหม้อบ่อยๆเพื่อให้ไอน้ำที่มีกลิ่นคาวออกไปจะทำให้ปลาไม่มีกลิ่นเหม็นคาว

• ควรใช้ไฟให้แรงมากพอ เพราะหากไฟไม่แรงพอ หรือน้ำที่ใช้ในการนึ่งปลาไม่เดือดจัดๆ จะทำให้ปลามีกลิ่นคาว 

4. หากทำการดับกลิ่นคาวตามวิธีการด้านบนไปแล้วกลิ่นเหม็นคาวยังหายไปไม่หมด มีวิธีแก้ง่ายๆดังนี้

• ใช้กลิ่นของสมุนไพรช่วยดับกลิ่นคาว เช่น ตะไคร้หรือหอมแดง ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยดับกลิ่นเหม็นคาวได้ในขณะที่กำลังนึ่งได้ อีกทั้งยังทำให้ปลามีกลิ่นหอมสมุนไพรอีกด้วย

• นำตะไคร้และหอมแดงวางไว้บนตัวปลาก่อนนึ่ง

หลังจากที่ได้อ่านเคล็ดลับในการนึ่งปลากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ยากอย่างที่คิดกันไว้ใช่ไหมละ เพียงแค่ทำตามวิธีการด้านบน คุณก็จะได้ปลานึ่งที่อร่อย หอม ไม่มีกลิ่นคาวปลา รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆก็ดูจะเข้ากันสุดๆ 


www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop

มาส์กมือนุ่ม สูตรนี้ต้องจัด!

ช่วงฤดูร้อนอากาศร้อนแบบนี้ มือของเราจะแห้งเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสแสงแดดอยู่ตลอดเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นผิวเหี่ยวจึงตามมาได้ไม่ยาก วันนี้สดสวยนำสูตรมาส์กผิวมือมาฝากแล้วค่ะ ส่วนผสมง่ายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมือที่นุ่มขึ้นค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ




แนะนำ 4 น้ำมันดีกับผิว แค่เลือกให้ถูกรับรองเป๊ะ!

สาวๆ ทั้งหลายรู้ไหมคะว่า น้ำมันดีต่อผิวของเราแค่ไหน ความมันไม่ได้แย่เสมอไปหรอกนะ แต่น้ำมันแต่ละประเภทก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นสาวๆ จึงควรเลือกใช้น้ำมันให้ถูกและเหมาะกับผิวแต่ละประเภทดีที่สุดค่ะ มาดูกันเลยว่าน้ำมันแบบไหนดีต่อผิวของเราบ้าง




1.น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil)

น้ำมันอาร์แกนมีไขมันจำเป็นและวิตามินอีสูงเป็น 4 เท่าของน้ำมันมะกอก มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน และป้องกันการเกิดสิวได้ด้วย น้ำมันชนิดนี้สกัดได้เฉพาะในประเทศโมรอคโคเท่านั้น ค่อนข้างหายากและราคาสูงค่ะ

2.น้ำมันโจโจบา (Jojoba Oil)

โจโจบา เป็นน้ำมันที่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับผิว เสี่ยงต่อความระคายเคืองน้อยมาก มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีบัม หรือน้ำมันที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้น ซึมลงเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ลดรอยแตกลาย รอยเหี่ยวย่น และช่วยให้แผลเป็นค่อยๆ จางหายไป

3.น้ำมันมะกอก (Olive oil)

น้ำมันมะกอกมีกรดโอเลอิกที่เป็นส่วนประกอบหลัก มีอยู่ในเต้านมมนุษย์และซีบัมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยปกป้องผิว ดูแลผิวแห้ง ทำให้ผิวชุ่มชื้น แต่ไม่ควรใช้กับคนที่เป็นสิว เพราะมีความเสี่ยงที่กรดโอเลอิกจะทำให้เชื้อแบคทีเรียจากสิวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วค่ะ

4.น้ำมันมะพร้าว

คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต่อต้านริ้วรอย และช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต ให้ผิวมีสุขภาพดียาวนานค่ะ



ไขข้อข้องใจ!! ทำไมน้าาาาทำไม ‘สิวถึงต้องขึ้นที่คาง’ !!


ทำไมสิวต้องขึ้นที่คางไม่หยุดไม่หย่อน รักษาด้วยยาแต้มสิวก็แล้ว ไปพบแพทย์ผิวหนังก็แล้ว ไอ้สิวตรงคางเนี่ยก็ยังไม่หายไปอีกกก วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ว่าทำไมสิวที่คางมันถึงหายยากหายเย็นขนาดนี้นะ

1. ฮอร์โมนและแบคทีเรีย

ว่ากันว่าสิวที่บริเวณคาง หรือช่วงล่างของใบหน้า เป็นสิวที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมนในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ บวกกับแบคทีเรียบริเวณรองๆริมฝีปาก ยิ่งทำให้เกิดรอยแดงและสิวอักเสบได้ง่าย

2. อาหารมันทั้งหลาย

อาหารมันเป็นอีกสาเหตุของสิว โดยเฉพาะสิวที่คางงง ไขมันทั้งหลายนี่แหละค่ะตัวการของสิวอักเสบ

3. แอลกอฮอลล์

แอลกอฮอลล์ทำลายร่างกายได้แทบทุกส่วน ผิวเราก็เช่นกันค่ะ สาวๆคนไหนดื่มหนักก็ลองลดการดื่มลงดูนะ

4. อาหารที่มีส่วนผสมของนม

ชีสยืดๆๆ เนยเยิ้มๆ นี่แหละตัวดีเลยนะจ้ะ เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เพื่อผิวหน้าที่ดีขึ้น

5. คาเฟอีน

อีกตัวการสำคัญเลยล่ะ ทั้งตัวคาเฟอีนเอง และตัวน้ำตาลและนม หรือครีมเทียมที่อยู่ในกาแฟด้วยนะ