สุดยอดจริงๆ แค่ตื่นขึ้นมาดื่มสิ่งนี้ตอนเช้า สิวก็หายได้อย่างไม่น่าเชื่อ!


สุดยอดจริงๆ แค่ตื่นขึ้นมาดื่มสิ่งนี้ตอนเช้า สิวก็หายได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

สำหรับหลายๆคนที่มีปัญหาเรื่องสิว คงกำลังเหนื่อยใจว่าทำไมสิวถึงไม่หายสักที มีแต่เพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ ทั้งสิวอักเสบ สิวหัวดำ สิวเสี้ยน ดังนั้นเราขอแนะนำวิธีการรักษาสิวแบบง่ายมากๆ มาแนะนำค่ะ เป็นการปรับสมดุลจากภายใน เพื่อดีท็อกร่างกาย และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ที่สำคัญสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน แค่มีมะนาว เป็นอันจบค่ะ

สูตรรักษาสิวด้วยน้ำมะนาว

สเต็ปที่ 1 : เมื่อตื่นนอนตอนเช้า ให้คุณดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวก่อนเลย โดยวิธีทำง่ายๆคือ ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว กับ มะนาว 1 ลูก ดื่มให้หมดในครั้งเดียว และดื่มเป็นประจำทุกวัน



สเต็ปที่ 2 : ส่วนในระหว่างวัน ให้ผสมน้ำมะนาวไว้ดื่มแทนน้ำเปล่าค่ะ โดยผสมน้ำต้มสุก 1 ลิตร กับมะนาว 2 ลูก แล้วดื่มให้หมดภายในวันเดียวนะคะ

ในการรักษาสิวด้วยวิธีนี้ แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไปนะคะ ร่างกายจะค่อยๆ ปรับสมดุลได้ดีขึ้น เริ่มแรกจะสังเกตได้ว่าระบบการขับถ่ายจะดีขึ้น หลังจากนั้นสิวจะค่อยๆลดน้อยลงในที่สุดค่ะ

สำหรับน้ำมะนาว กินแล้วจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ และน้ำมะนาวนั้น เหมาะกับคนธาตุน้ำที่สุดนะคะ เพราะคนธาตุน้ำควรรับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ยอดมะขามอ่อน และควรหลีกเลี่ยงอาหารมันจัด ไขมันเยอะ เพราะจะทำให้ระบบภายในเสียสมดุลได้ค่ะ









ฝ้าหาย กระสลาย ด้วย หัวไชเท้า สูตรนุ่มนวล ไม่กัดหน้า



ฝ้าหาย กระสลาย ด้วย หัวไชเท้า สูตรนุ่มนวล ไม่กัดหน้า

ใครที่มีปัญหาทั้งฝ้าและกระ อย่าได้เป็นกังวลอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีสูตรธรรมชาติบำบัดง่ายๆที่สามารถสลายฝ้าและกระให้จางลงจนหายไปได้ แบบที่ไม่ต้องลงทุนตามล่าหาครีมชนิดไหนๆเลย มีเพียงแค่วัตถุดิบไม่กี่ตัวก็ช่วยให้คุณสวยได้ง่ายๆแล้ว

พระเอกของเราในวันนี้ ก็คือ “หัวไชเท้า” พืชตระกูลผักกาดที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารสูง หัวไชเท้ามีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน แต่ได้มีการปลูกจนแพร่หลายไปทั่วโลก หัวไชเท้ามักใช้เป็นส่วนผสมในตำรับอาหารไทย นำมาปรุงเป็นน้ำซุป แกงจืด แกงส้ม เป็นต้น ที่ช่วยให้อาหารมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยได้มากขึ้นกว่าเดิม

และด้วยความที่หัวไชเท้าเป็นพืชที่หารับประทานกันได้ตลอดทั้งปี มีสรรพคุณทางด้านยารักษาโรคและมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ทำให้เราหยิบยกเอาหัวไชเท้ามาใช้ในการสลายกระและฝ้าในวันนี้นี่เอง

สารอาหารสำคัญในหัวไชเท้า

หัวไชเท้ามีวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี ไนอะซิน วิตามินบี 9 โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง แมกนีเซียม ด้วยสารอาหารเหล่านี้ทำให้หัวไชเท้าถูกนำมาใช้ขจัดสารพิษ ล้างพิษ ละลายเสมหะจากปอด เจ็บคอ แก้ไข้หวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายและช่วยร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรค

ส่วนประโยชน์ในด้านการดูแลผิวพรรณนั้นก็มีดีไม่น้อยเลย เพราะหัวไชเท้าขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เนื่องจากมีวิตามินซี ฟอสฟอรัสและสังกะสี รวมถึงวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ส่วนน้ำในหัวไชเท้าก็ยังช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว นอกจากนี้ยังพบว่า หัวไชเท้าสามารถช่วยป้องกันสิวและลดรอยฝ้ากระได้ผลค่อนข้างดี

สูตรรักษาฝ้ากระด้วยหัวไชเท้า

เตรียมส่วนผสม ดังนี้

ส่วนผสม
1. หัวไชเท้า
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำหัวไชเท้าล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นบาง ๆ แล้วปั่นให้ละเอียด
2. นำหัวไชเท้าปั่นไปแช่เย็นไว้ให้อุณหภูมิลดลง
3. เทน้ำผึ้งเข้าไปรวมกับหัวไชเท้าปั่น ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
4. เมื่อได้ส่วนผสมเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้ง จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่เตรียมได้มาทาให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตา
5. ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำอุ่น จากนั้นจึงกระชับรูขุมขนด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นในครั้งสุดท้าย

สำหรับคนที่ต้องการให้เป็นสูตรที่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น สามารถผสมว่านหางจระเข้ลงไปเป็นส่วนประกอบได้ด้วย โดยให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบแก่ที่อยู่ด้านล่างๆ) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกและล้างยางให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาผสมกับหัวไชเท้าพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

การทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และทำต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ช่วยลดรอยฝ้า รอยกระ จุดด่างดำ ทำให้หน้านุ่มชุ่มชื้น ลดสิว ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายออกและผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ใบหน้าขาวขึ้น และเป็นสูตรที่นุ่มนวลมากกว่าการใช้หัวไชเท้าอย่างเดียว เนื่องจากน้ำผึ้งจะช่วยลดอาการแสบจากหัวไชเท้าได้

อย่างไรก็ตาม หากยังรู้สึกแสบหน้า ให้ลองลดปริมาณหัวไชเท้าหรือเพิ่มปริมาณน้ำผึ้งให้มากขึ้น จนได้สูตรที่เหมาะสมกับผิวหน้าของคุณมากที่สุด ทดลองดูนะคะ






เผยเคล็ดลับทอดไข่ดาวน้ำ..ให้นุ่มสวยน่ารับประทาน ง่ายๆเพียงแค่ 2 ขั้นตอน



เผยเคล็ดลับทอดไข่ดาวน้ำ..ให้นุ่มสวยน่ารับประทาน ง่ายๆเพียงแค่ 2 ขั้นตอน

วันนี้เรามีเคล็ดลับและสาระดีๆมาฝากกันค่ะ ใครที่ชอบทานไข่ดาว  เมนูไข่  วันนี้เรามีเคล็ดลับ ง่ายๆมาฝากกันค่ะ มาดูกันเลย

 เคล็ดลับง่ายๆ ในการทอดไข่ดาวน้ำให้นุ่มสวยน่ารับประทาน มีดังนี้

1.ขั้นตอนแรกเกิ่มจากไข่ที่นำมาทอดควรเป็นไข่ที่อุณหภูมิปกติ ถ้าเป็นไข่ที่เก็บไว้ในตู้เย็นควรนำออกมาให้หายเย็นก่อนทอด

2.ขั้นตอนที่สอง การทอดให้ใส่น้ำส้มสายชูลงในน้ำที่ทอด 1-2 หยด เพื่อให้ไข่จับตัวกันเร็วขึ้น ไข่ดาวน้ำที่ได้จะนุ่มสวยน่ารับประทาน









สูตรไข่ตุ๋น ลดความอ้วน ลดง่าย ลดไว ลดได้แบบสุขภาพดี


สูตรไข่ตุ๋น ลดความอ้วน ลดง่าย ลดไว ลดได้แบบสุขภาพดี

หลายคนคงกำลังหาวิธีลดความอ้วนอยู่แน่ๆ วันนี้ทีมงานเราเลยเอาวิธีลดความอ้วนในแบบของเราฝากกัน คือการทำไข่ตุ๋น แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังหายยังคงเป็นการลดความอ้วนที่ดีที่สุดในตอนนี้

สูตรลับที่จะมาบอกให้ลดน้ำหนักก่อนใครนั้นมาจาก ‘ไข่’

ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ แต่สำหรับบางท่าน อาจจะไม่อิ่มสำหรับมื้อ 1 อาหารเลย แนะนำไข่ตุ๋น เพราะไข่ตุ๋นต้องผสมน้ำเข้าไปด้วยจะทำให้ได้ปริมาณมากกว่า แต่ให้พลังงานพอๆกัน ทุกครั้งที่ชิ้งต้องการลดน้ำหนัก 2 กิโล อย่างกระทันหัน อาหารที่ต้องอิ่มและสบายท้องแถมไม่โทรมนั้นก็คือไข่ตุ๋น มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. น้ำซุป หรือน้ำเปล่าประมาณ 165 มล.
3. ซอสปรุงรส
4. ผงปรุงรส
5. พริกไทยป่น
6. แครอท หั่นลูกเต๋า อาจจะเป็นผักชนิดอื่นที่หั่นเป็นชิ้นเล็กได้
7. หมูสับ หรืออาจจะเป็น ปูอัด เนื้อปู ไก่ ฯลฯ แล้วแต่ความต้องการ
8. ต้นหอมผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำไข่ตุ๋นลดน้ำหนัก

1. ตอกไข่ใส่ชาม พร้อมตีไข่

2. จากนั้นเติมน้ำซุปหรือน้ำเปล่าลงไป ใส่หมูสับ (หรืออาจจะเป็น เนื้อปู ไก่ แล้วแต่ความต้องการ) ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ผงปรุงรส พริกไทยป่น แล้วคนให้เข้ากัน

3. นำไปนึ่ง เทคนิคที่จะทำให้หน้าไข่ตุ๋นเราเรียบสวย ไม่ระเบิด ต้องใช้ไฟอ่อนๆตุ๋นประมาณ 15 – 20 นาที

4. เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟ พร้อมทานค่ะ!!

ทำง่ายมากๆ แถมมีโปรตีนสูงอีกด้วย และที่สำคัญที่สุด แนะนำให้สาวๆทานไข่ตุ๋นอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ห้ามทานกับข้าวเปล่าเด็ดขาด ไม่งั้นไข่ตุ๋นก็ช่วยให้ผอมลงไม่ได้นะเออ...





สูตรมาส์กนมถั่วเหลือง บำรุงผิวชุ่มชื้น ช่วยกระชับรูขุมขน


สูตรมาส์กนมถั่วเหลือง  บำรุงผิวชุ่มชื้น ช่วยกระชับรูขุมขน

เดี๋ยวนี้มาส์กกำลังเป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะมาส์กถั่วเหลืองและเต้าหู้ วันนี้แม่บ้านขอจัดมาส์กถั่วเหลืองแบบที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ มาฝากกันเสีย 1 สูตร 

โดยนำนมถั่วเหลือง 1/2 ถ้วยตวง คนให้เข้ากับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วยตวง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ซับพอหมาด นำส่วนผสมที่ได้ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง

- ถั่วเหลืองจะทำหน้าที่บำรุงผิวให้นุ่มเนียน สดใส ลดความแห้งและหยาบกร้าน รวมถึงลดเลือนจุดด่างดำและกำจัดสิวเสี้ยน ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยให้ผิวหน้าที่หมองคล้ำกลับดูสดใสเปล่งปลั่ง ช่วยกระชับรูขุมขน และผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก 



กินยังไงให้หน้าใสไร้สิว‬


ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยนะคะว่าสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นมีผลกับร่างกายและผิวพรรณของเราแน่นอน.. หมอขอยืนยันนั่งยันนอนยันกันไปเลย

ยกตัวอย่างเช่น..

คนที่ชอบทานเครื่องเทศและผักตระกูลหัวหอม --> กลิ่นตัวแรง

คนที่ชอบทานมะเขือเทศ มะละกอสุก แครอท น้ำส้ม หรือพืชผักผลไม้ใดๆ ที่สีส้มสีเหลือง --> ผิวก็จะมีสีเหลือง

Tips: ใครที่ชอบทานอยู่ลองเทียบสีของฝ่ามือกับเพื่อนดูนะคะ ถ้าเหลืองกว่าชัดเจนแนะนำให้หยุด 3-6 เดือนเพื่อความปลอดภัยของร่างกายนะคะ ลองคิดง่ายๆ นะคะว่า..ผิวยังเหลืองขนาดนี้ได้แล้วอวัยวะอื่นจะเป็นยังงัย
แน่นอน.. คนที่รักษาสิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย--> ลองปรับเรื่องอาหารดูมั้ยคะ.. เผื่อจะเป็นคำตอบของผิวสวยไร้สิวกัน

คราวนี้มาดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่มีผลกับสิว..
ปัจจุบันมีอาหารแค่ 2 อย่างเท่านั้นที่เค้าพิสูจน์มาให้เรียบร้อยแล้วว่าเกี่ยวข้องกันกับการเกิดสิว (ไม่รวมยาและวิตามินนะคะ)

1. อาหารที่มี glycemic index สูง คืออะไร?!?!
ไม่คุ้นหูไม่คุ้นชิน หมอก็ไม่คุ้นชินค่ะ แต่คนที่เป็นเบาหวานเค้าจะรู้จักกันดี

สรุปง่ายๆ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่กินปุ๊บ.. ระดับน้ำตาลในเลือดฟุ่งสูงปั๊บ..เช่น ของหวานทั้งหลาย น้ำอัดลม น้ำผลไม้

ดังนั้นควรเลือกทานแต่อาหารที่มี glycemic index ต่ำ คือพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง หวานน้อย เช่น ข้าวกล้อง whole grain มันเทศ ข้าวโพด แครอท เลือกทานผลไม้มากกว่าน้ำผลไม้เพราะมีกากที่ขัดขวางทางดูดซึมของน้ำตาล

แล้วมันดีเลิศอย่างไร?... แล้วจะทึ่ง
*ลดฮอร์โมนเพศชายที่ก่อสิว
*ลดขนาดต่อมไขมัน --> สิวลด หน้ามันน้อยลง
*ลดสารอักเสบที่ผิว --> ลดความรุนแรงของสิว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องทาน ‪#‎อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป‬ นะคะถึงจะเห็นผล.. อย่าใจร้อน

คิดซะว่า.. ฝึกทานอาหารหวานน้อยเพื่อช่วยลดสิวในวันนี้ และยังช่วยลดการเกิดเบาหวานในวันข้างหน้าอีกด้วยนะคร้าาาา

2. นม..
ทำไมต้องนม???
ลองคิดตามนะคะ.. นมมาจากแม่วัว.. แม่วัวที่มีนมคือแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก.. แม่วัวเพิ่งคลอดมีฮอร์โมนสูง.. แน่นอนว่าในนมก็ต้องมีฮอร์โมนสูงงงงง.. เรากินฮอร์โมนเข้าไป.. สิวก็มา
โยเกิร์ตและชีสต์.. ไม่มีผลกับสิว
ลองเลี่ยงมาทานพวกนี้แทนดูค่ะ

พอรวม 2 ข้อเข้าด้วยกันอาหารที่ควรเลี่ยงที่สุด 

ไอศกรีม

เครื่องดื่มที่ใส่นมน้ำตาล

Chocolate

แต่ยังงัยก็ต้องเรียนให้ทราบกันนะคะว่าการทานอาหารเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่จะช่วยเท่านั้น ยังงัยก็ทดแทนการรักษาสิวไม่ได้ค่ะ



เปลี่ยนเสื้อยืดธรรมดาให้กลายเป็นแฟชั่นชุดทำงานสุดชิค


เรื่องแฟชั่นกับสาว ๆ เป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้เลยจริง ๆ แต่สมัยนี้จะทำอะไรต้องเน้นงานถูก งานดี ใครประหยัดกว่าชนะเลิศ สาว ๆ เลยต้องอาศัยทักษะการมิกซ์แอนด์แมชท์ของธรรมดา ๆ ให้ดูแพง โดยเฉพาะสาวทำงานที่ต้องวุ่นอยู่กับงาน แต่ก็อยากจะแฟชั่นกับเค้าบ้าง ไม่ต้องห่วงค่ะ เรามีของธรรมดาอย่าง เสื้อยืด ที่เอามาทำให้เก๋ขึ้น แถมยังเป็นชุดทำงานได้ด้วยมาฝากค่ะ
บางครั้งเสื้อยืดตัวเก่งก็อาจไม่เหมาะถ้าจะใส่ไปทำงาน แต่ถ้าเรามิกซ์แอนด์แมชท์ให้ดี ๆ อาศัย Accessories โน่นนิด นี่หน่อยมาเสริมเติมแต่ง ก็ทำให้เสื้อยืดธรรมดาดูทางการขึ้นอีกนิด สามารถใส่ไปทำงานได้สบาย อย่างเสื้อยืดเก๋ ๆ กับกระโปรงที่ค่อนข้างเป็นทางการ เอามาแมชท์กันก็ทำให้กระโปรงที่เป็นทางการมาก ๆ ดูซอฟท์ลง เปลี่ยนลุคของสาวทำงานที่ดูขรึมให้เป็นมิตรมากขึ้น แถมยังดูทันสมัยขึ้นด้วย
นอกจากเอากับชุดทำงานมาให้ดูเป็นไอเดียแล้ว Happy Wedding.Life ยังมี 3 ทริคเล็ก ๆ ให้การใส่เสื้อยืดกลายเป็นชุดทำงานเลิศ ๆ มาฝากด้วย บอกเลยว่าไม่สงวนลิขสิทธิ์ ใครใส่แล้วแมชท์ก็ส่งมาให้ดูกันบ้างนะคะ
1. อย่าลืมทับใน
อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเสื้อยืดจะดูไม่ค่อยทางการเท่าไหร่ แต่ถ้าจะทำให้เหมาะกับที่ทำงานก็ต้องทับในให้ดูเรียบร้อยขึ้น เอาชายเสื้อเข้าในกระโปรงหรือกางเกง แค่นี้ก็เปลี่ยนลุคได้แล้ว ส่วนเสื้อก็เต็มที่เลย จะพับแขน ยืดแขนแค่ไหน ก็ไม่มีปัญหาอยู่ที่สไตล์ของแต่ละคนแล้ว
2. ลาขาดรองเท้าแตะ
อันนี้สำคัญ ถึงจะเป็นรองเท้าแตะที่ใส่ทำงานได้ก็เถอะ แต่มันไม่เข้ากับลุคนี้ของคุณเลย เปลี่ยนมาเป็นส้นสูงเก๋ ๆ หรือรองเท้าผ้าใบก็เท่ ๆ ก็ดูเข้ากันได้ดี ไม่ต้องว่าจะไม่แมชท์เลย เพราะเสื้อยืดน่ะเข้ากันได้ดีกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะกระโปรง กางเกง หรือรองเท้าแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าจะให้เหมาะ ให้แมชท์กับลุคสาวทำงาน ก็ต้องจัดส้นสูงไปเลย
3. Accessories ต้องมี พร็อพต้องเต็ม
คุณจะกลายเป็นสาวเก๋ขึ้นมาเลย ถ้ามีพร็อพโน่นนิด นี่หน่อยเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ กำไล แหวน หรือนาฬิกาก็เป็นเครื่องประดับได้ Accessories เหล่านี้เพิ่มความน่าค้นหาได้มากกว่าการใส่เสื้อยืดโล้น ๆ โล่ง ๆ แน่นอน เลือกทุกอย่างให้มิกซ์แอนด์แมชท์ รับรองว่าคุณจะได้นิวลุคที่ต่างเดิมแน่นอน




ระเบิดไขมันให้กระจาย ด้วยการรับประทาน น้ำมันมะพร้าว


การลดน้ำหนักที่ดี นอกจากจะต้องควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว ยังควรควบคุมปริมาณไขมันที่จะได้รับจากอาหารให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ ต้องปรับและเปลี่ยนชนิดของไขมันจากน้ำมันที่ไม่ดี เป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ
แล้วน้ำมันอะไรกัน? ที่เรียกว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับช่วงของการลดน้ำหนัก ถึงขนาดมีงานวิจัยรับรองว่ารับประทานแล้วมวลไขมันลดลง พุงหายไป !!
สองสัปดาห์ก่อนผู้เขียนขับรถกลับบ้านนอกครับ กลับไปหาเตี่ยกับแม่ที่บ้าน บ้านเตี่ยกับแม่ของผู้เขียนตั้งอยู่ในโซนที่เขาปลูกมะพร้าวน้ำหอมในอำเภอดำเนินสะดวก บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่นมากๆ เลยทีเดียวเพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ ถ้าใครเคยไปเที่ยวแถวตลาดน้ำอัมพวา ก็จะพอเข้าใจว่าสภาพรอบๆ บ้านที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร
เป็นปกติทุกครั้งที่ผมกลับบ้าน ไม่มื้อเที่ยงก็มื้อค่ำที่เราต้องไปกินข้าวนอกบ้านกัน ก็ได้โอกาสพาท่านทั้งสองไปกินข้าวนอกบ้าน
เปลี่ยนบรรยากาศครับ หลังจากอิ่มเรียบร้อย คุณแม่ก็ขอเวลาเดินไปซื้อน้ำมันพืชเพราะสต็อกของที่บ้านหมดพอดี น้ำมันประกอบอาหารที่บ้านใช้ ผมเห็นจนชินตาตั้งแต่เด็กก็คือ ประจำ คือน้ำมันหมู การทำน้ำมันหมูรับประทานเองมีข้อดีอย่างเดียวคือ จะได้กากหมูกรอบๆ เอาไว้รับประทานแกล้มพริกขี้หนู หอมแดง น้ำปลา มะนาว เป็นผลพลอยได้ที่อร่อย แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพชะมัด
ดังนั้นก่อนที่จะสายเกินแก้ เพื่อสุขภาพของเตี่ยและแม่ผมจึงได้สังคายนาการบริโภคน้ำมันในบ้านด้วยการเปลี่ยนชนิดน้ำมัน ให้เหลือเพียงน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันรำข้าวเท่านั้น
ทว่าวันนี้แม่ผมมาแปลกครับ แม่ผมเลือกหยิบสำหรับปรุงอาหารขึ้นมา พร้อมกับบอกว่า "แม่ขอลองซื้อไปใช้ดูนะ เขาว่ากินน้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ กินแล้วไขมันลด" ณ วินาทีที่แม่ของผมพูดกับผมด้วยประโยคนี้ ผมทราบเลยทันทีว่า ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพกำลังเติบโตขึ้นจริงๆ และเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างแข็งแรงทีเดียว เพราะเท่าที่จำความได้การที่ตัวเองเติบโตมาในดงมะพร้าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกเลยว่า น้ำมันมะพร้าวนั้นมีประโยชน์
ตอนเด็กๆ ผมนี่ยิ่งแย่เลย ไม่ทราบแม้กระทั่งว่ามันสามารถรับประทานได้ด้วยซ้ำ การเลือกน้ำมันมะพร้าวครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า แม่ผมนี่ช่างทันสมัยจริงๆ ถ้าไม่นับเรื่องของการส่งสติ๊กเกอร์ดอกไม้สีประจำวันที่ค่อนข้างส่งได้คล่องแคล่วแล้ว ก็เลือกอ่านสิ่งที่มีประโยชน์ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณแม่ติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา

คนไทยเราเชื่อมาโดยตลอดว่า น้ำมันที่ตั้งทิ้งเอาไว้แล้วเป็นไข คือน้ำมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วน้ำมันที่เป็นไขแทบจะตลอดเวลาอย่างน้ำมันมะพร้าวจะดีต่อสุขภาพได้อย่างไรกันเป็นเรื่องจริงครับว่า น้ำมันมะพร้าวเป็น น้ำมันที่ค่อนข้างมีความ
อิ่มตัว น้ำมันมะพร้าวที่เราเห็นวางขายในห้างจึงมักจะเป็นไข เพราะน้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวประมาณ 90% เนยสดเองมีไขมันอิ่มตัวประมาณ 60% เท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่จำเป็นต้องถูกจำคุกเสมอไปนะครับ

จากงานวิจัยพบว่าประเทศในแถบหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ นิยมรับประทานน้ำมันมะพร้าวมาก เรียกได้ว่าพลังงานจากอาหารตลอดทั้งวัน ร้อยละ 40 เป็นพลังงานจากน้ำมันมะพร้าว คนในประเทศกลุ่มนี้มีสถิติการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลก
จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าถึงแม้น้ำมันมะพร้าวจะมีความอิ่มตัวสูงก็ตาม แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือดต่ำลง ทั้งยังพบด้วยว่าคนส่วนใหญ่มีสุขภาพแข็งแรงมากๆ อีกด้วย
ในน้ำมันมะพร้าวยังมีกรดไขมันอิ่มตัวที่ชื่อว่า กรดลอริก(Lauric acid) เป็นกรดไขมันที่มีความยาวขนาดกลาง (Medium Chain Triglycerides ชื่อย่อสั้น ๆ คือ MCT) เป็นกรดไขมันที่ค่อนข้างจะหายาก ไม่ค่อยพบในอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งในร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะร่างกายของคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร กรดไขมันชนิดนี้จะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็น สารที่ชื่อว่าโมโนลอริน (Monolaurin) เป็นกลุ่มสารที่มีอยู่บริเวณหน้าอกของคุณแม่ ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับลูกน้อย
จากงานวิจัยพบว่า สารชนิดนี้ยังช่วยในการพัฒนากระดูก พัฒนาสมอง และพัฒนาศักยภาพด้านการเล่นกีฬาในคนได้อีกด้วย
กรดไขมันอิ่มตัว ความยาวขนาดกลาง ที่เรียกสั้นๆ ว่า MCT นี้ถือเป็นซูเปอร์แฟต (Super Fat) ไม่ได้แปลว่าอ้วนมากนะครับ!!
แต่หมายถึงไขมันชนิดพิเศษมากๆ ที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีในช่วงของการลดน้ำหนักได้มาก เนื่องจากช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย
ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักส่วนมากมักจะเลือกรับประทานน้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันสายยาว แต่มีงานวิจัยที่ออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2003 มีการทดลองเปรียบเทียบกันระหว่างการลดน้ำหนักโดยใช้น้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าว พบว่าผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการรับประทานน้ำมันมะกอกยังคงมีมวลไขมัน หลงเหลืออยู่มากกว่าผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการรับประทานน้ำมันมะพร้าว งานวิจัยอธิบายว่า เป็นเพราะน้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันขนาดสั้นกว่าน้ำมันมะกอก ทำให้การดูดซึมจากกระเพาะอาหารเข้าสู่ตับและย่อยเป็นพลังงานเพื่อเผาผลาญทำได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยชนิดนี้ระบุถึงขนาดที่ว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยลดมวลไขมันในร่างกายได้มากกว่าน้ำมันพืชทั่วไปชนิดอื่นๆ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด
การเลือกบริโภคน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งดีต่อสุขภาพ ช่วยในการกำจัดมวลไขมันในร่างกาย แล้วยังช่วยสนับสนุนให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศได้อีกด้วย การเลือกน้ำมันมะพร้าวควรเลือกชนิดที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบสกัดเย็น (Cold Press) และนำมาใช้ในการปรุงที่อุณหภูมิไม่เกิน 200 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ได้แก่ การผัด การหมักกับเนื้อปลาแล้วนำ เข้านึ่ง หรือใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ แล้วนำเข้าเตาอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่ายิ่งรับประทานแล้วจะยิ่งผอม
ขึ้นชื่อว่าน้ำมันยังไงก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะน้ำมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนในช่วงของการลดน้ำหนักก็คือการแทนที่น้ำมันชนิดเดิม ด้วยน้ำมันมะพร้าวนั่นเอง




ดื่มน้ำแครอท ได้ประโยชน์มากกว่าการกินแครอทสดๆ จริงหรือ? พร้อม 7 ประโยชน์ของการกินแครอท


ดื่มน้ำแครอท ได้ประโยชน์มากกว่าการกินแครอทสดๆ จริงหรือ? พร้อม 7 ประโยชน์ของการกินแครอท

เราจะเห็นได้ว่า มีการวิจัยเพื่อนำสารสกัดที่มีประโยชน์มาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมกันมากขึ้น และแครอทก็เป็นหนึ่งในพืชที่มีประโยชน์กับร่างกายและผิวพรรณดังจะเห็นได้จากการที่มีครีมบำรุงผิวนำสารสกัดจากแครอทมาใช้ 

การดื่มน้ำแครอทจะได้ประโยชน์จากแครอทมากกว่าการกินดิบ ๆ เพราะว่าสารอาหารบางส่วนจะยังคงอยู่ในไฟเบอร์ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายโดยร่างกายได้ดังนั้นการคั้นน้ำออกมาจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ 

ลักษณะ

แครอทเป็นไม้ล้มลุก อายุ 1 – 2 ปี หัวเป็นสีส้ม และมีสารแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมากรากยาวเรียว ใบมีลักษณะเป็นฝอยแครอทเป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลืองม่วงส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบันคือสีส้มเป็นพืชแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอหรือที่เรียกว่าเบบี้แครอท ไปจนถึงขนาดใหญ่ 

คุณค่าทางโภชนาการ 

หัว มีสารเบต้า-แคโรทีนสูง มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ บี 1 บี 2 และ วิตามินซี 

สรรพคุณของแครอท 

หัว มีปริมาณของเกลือโปตัสเซียมสุง ซึ่งทำให้มีฤทธิ์ทางขับปัสสาวะ มีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ในทางขับ พยาธิใส้เดือนและ Anti-Oxidant ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง 

7 ประโยชน์ของแครอท 

1. วิตามิน A จะเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งแครอทอุดมไปด้วยวิตามิน A ซึ่งอยู่ในรูปของ เบต้า แคโรทีนนั่นเอง 

2. ช่วยชลอการะบวนการแก่ เนื่องจากแครอทเองมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก และเจ้าอนุมูลอิสระ ก็เป็นสาเหตุของปัญหาผิว ริ้วรอย ผิวหนังอักเสบ 

3. ปกป้องผิวจากแสงแดด เนื่องจากแครอทอุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับแสงแดด และ ช่วยรักษาผิวไหม้จากแดด ด้วยการเสิรมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นดื่มน้ำแครอทในหน้าร้อน ก็เปรียบเสมือนเราได้สารปกป้องจากแสงแดดได้ตามธรรมชาติ 

4. เสริมสร้างการสร้างคอลลาเจน โดยวิตามิน ซีในแครอท จะช่วยการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญสำหรับความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอย ชะลอการแก่ 

5. ช่วยลดความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ 

6. ลดและปกป้องผิวจากการเกิดสิว เนื่องจากแครอทจะมี essential oil ที่จะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้ 

7. รักษาแผลเป็น หนึ่งในประโยชน์ของแครอทการมีผลทางการรักษาบรรเทาแผลเป็น ด้วย วิตามิน A ที่มากในแครอท และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อ 





5 วิธีสุดง่าย..แก้รูขุมขนกว้างบนใบหน้าคุณให้กระชับไม่อุดตัน!!


5 วิธีสุดง่าย..แก้รูขุมขนกว้างบนใบหน้าคุณให้กระชับไม่อุดตัน!!

เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย 

เราจึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ 

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน 

แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป การล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้ 

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า 

โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ 

3.เบคกิ้งโซดา 

เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้ 

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว 

นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง 

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต 

โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติก ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว