มาดูตำแหน่งไฝบนใบหน้า ตรงไหนดี-ไม่ดี


มาดูตำแหน่งไฝบนใบหน้า ตรงไหนดี-ไม่ดี

เรื่องโชคลางความเชื่อของคนไทยนั้นมีมาแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งบางอย่างก็เป็นเพียงกุศโลบายในการดำเนินชีวิต บางเรื่องเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือบุญทำกรรมเวรของแต่ละคน อย่างเรื่อง “ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว” ก็เป็นสิ่งที่คนไทยยึดถือมานาน ทั้งนี้ ความเชื่อในด้านโหราศาสตร์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับคนในบ้านเรา วันนี้ เราจะพาท่านผู้อ่านมาเปิดตำราโหร ทำนายตำแหน่งไฝบนใบหน้า ตรงไหนดีควรเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล หนุนเสริมดวงชะตา และตรงไหนบ้างที่เป็นตำแหน่งอัปมงคล ควรหาวิธีเอาไฝออก
         อย่างไรก็ดี ความเชื่อเรื่องไฝบนใบหน้านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล
 
ตำแหน่งไฝที่ดี

         ข้อมูลนี้ได้มาจากเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ที่ได้ระบุว่า แม้ความจริงแล้ว ผู้หญิงไม่ควรมีไฝบนใบหน้าเพราะจะดูรกตา ไม่สวยใส ทว่าก็มีไฝบางตำแหน่ง หากเก็บไว้จะยิ่งส่งเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้นได้ โดยการพยากรณ์นี้มาจาก อาจารย์ณัฐ RABBER MAN และ อาจารย์ธนู เซียมซีพุทธ สองนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไฝ


         1.ไรผม มีไฝตรงไรผม หลบๆอยู่ ไม่เด่นชัด แบบนี้มีความหมายในเรื่องของ การมีสติปัญญาดี
         2.เหนือปาก ไฝบริเวณเหนือปาก ไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือขวา คือรอบบนปากทั้งหมด แต่ไม่เกินเส้นร่องแก้ม แบบนี้เป็นไฝที่ส่งผลในเรื่องการเจรจาที่ประสบความสำเร็จ อาจหมายความถึงการเป็นคนที่เจรจาไพเราะ ร้องเพลงเพราะ หรือเป็นคนที่มีวาทศิลป์ดีเยี่ยม พูดอะไรก็เป็นที่น่าเชื่อถือ
         3.ริมฝีปาก ไฝที่อยู่ในริมฝีปาก แบบนี้ถือเป็นไฝดี ไม่ว่าจะอยู่ในริมฝีปากบนหรือล่างก็ตาม ไฝแบบนี้มีความหมายคล้ายกับตำแหน่งไฝเหนือปาก แต่จะดียิ่งกว่า นั่นคือเจรจาอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด มีเสียงไพเราะ หรือประสบความสำเร็จอย่างมากจากการใช้เสียง เช่น คุณเบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา ที่มีไฝตรงริมฝีปาก เธอก็ร้องเพลงได้ดี ประสบความสำเร็จในด้านการแสดง การใช้เสียง
         4.ตรงกลางระหว่างคิ้ว ไฝที่ขึ้นอยู่ตรงกลางระหว่างคิ้ว ถือเป็นไฝดี ที่ไม่ควรเอาออก เพราะเป็นไฝของคนมีชื่อเสียง ที่เห็นชัดๆ ก็เช่น คุณเด๋อ ดอกสะเดา เป็นตลกที่มีชื่อเสียงมาก อย่างนี้เป็นต้น”


ตำแหน่งไฝที่ไม่ดี
         1.หน้าผาก ไฝที่หน้าผากจะส่งผลในเรื่องของพ่อแม่ ถ้ามีไฝที่หน้าผากด้านซ้ายหมายถึงแม่ ไฝด้านขวาหมายถึงพ่อ เช่นถ้าไฝขึ้นมาที่หน้าผากขวา ก็หมายถึงตำแหน่งพ่อไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เจ้าตัวอาจจะมีปัญหากับพ่อ เช่น ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ
         2.คิ้ว ไฝที่ขึ้นบริเวณคิ้วก็ไม่ดี จะส่งผลให้เจ้าตัวมีนิสัยรุนแรง โมโหร้าย โหดร้าย มีความรุนแรงทางอารมณ์ ถ้ามีในผู้หญิง ผู้หญิงคนนั้นก็อาจจะเกิดการทะเลาะกับสามีได้บ่อย เขาเรียกว่า ‘ไฝกินผัว’ ไม่สามารถที่จะมีคู่ได้ เพราะเจ้าตัวอารมณ์ร้อน มีคู่แล้วก็อาจมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง กับคู่ได้ตลอด
         3.ใต้ตา ถือเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี ควรเอาออก เพราะไฝตรงนี้ถือเป็นไฝแห่งการสูญเสีย เป็นไฝแห่งการผิดหวัง ความเสียใจ เป็นไฝแห่งการสูญสิ้นสิ่งดีๆ ไม่สามารถคงอยู่ได้นาน เช่น หากมีความรัก ความรักก็จะผิดหวัง สิ่งที่คาดหวังจะไม่ค่อยได้อย่างฝัน ได้มาครู่เดียวก็สลายไป มีแต่ร้องไห้ เสียใจ
         4.ดั้ง ไฝอยู่ตำแหน่งดั้ง หมายถึงไฝแห่งอุบัติเหตุ ถ้ายิ่งเม็ดใหญ่ยิ่งต้องเอาออก ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในชีวิตได้
         5.จมูก ไฝตรงจมูกเป็นเรื่องของเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หากมีไฝตรงจมูก ทำนายว่าจะทำให้เสียทรัพย์ง่าย ไม่สามารถเก็บรักษาทรัพย์ไว้ได้นาน มักจะมีปัญหาในเรื่องของหนี้สิน และไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาหนี้สินได้ เรียกได้ว่าถ้ามีไฝตรงนี้ก็อาจทำให้ถึงขั้นล้มละลายได้
         6.แก้ม หากมีไฝตำแหน่งแก้ม ทำนายว่าเป็นคนที่ไม่ได้จริงจังกับเรื่องการเรียน หรือไม่รู้จักเพิ่มเติมความรู้ที่ดีให้กับตัวเอง เพราะแก้มหมายถึงดาวพฤหัส ที่บ่งบอกถึงเรื่องการศึกษาและความรู้ เมื่อดาวพฤหัสเสีย ก็แสดงว่าเรื่องการศึกษาความรู้ไม่ดี อาจเป็นคนที่เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้น้อย หรือเป็นคนด้อยความรู้ หากมีความรู้ก็อาจรู้ในเรื่องที่ไม่ค่อยมีประโยชน์
         7.ใต้ปาก หากมีไฝอยู่ที่ใต้ปาก หรือบริเวณโดยรอบปากด้านล่าง มักจะเป็นคนพูดมาก คุยมาก คุยแบบไม่เป็นเรื่อง คุยแล้วไม่สร้างสรรค์ ไม่ค่อยส่งผลดีต่อตัวเอง เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งแย่
         ทั้งหมดนี้คือคำพยากรณ์จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องไฝ แต่ขอเน้นย้ำท่านผู้อ่านอีกครั้งว่า ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน เพราะมันคือความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับการเอาไฝบนใบหน้าออกนั้น มีทั้งการวิธีการแบบดั้งเดิม เช่น ผสมปูนขาวกับน้ำมะนาวแล้วแต้มเฉพาะจุด เพื่อกัดไฝออก หรืออาจใช้เทคโนโลยีอย่างการจี้ไฝออก การผ่าตัด (หากเป็นไฝเม็ดใหญ่มากๆ) ซึ่งมีความปลอดภัย เห็นผลไวกว่า







ดีมากๆ! วิธีรักษาริ้วรอย จุดด่างดำ ด้วยธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งหมอ


ดีมากๆ! วิธีรักษาริ้วรอย จุดด่างดำ ด้วยธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งหมอ

ริ้วรอยก่อนวัย และปัญหาสุขภาพต่างๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังตามมา เช่น จุดด่างดำ และการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้นผิดปกติเมื่อผิวหนังเกิดการอักเสบ ทว่าไม่ต้องกังวลอีกต่อเพราะปัญหาเหล่านี้สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีธรรมชาติ 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกตินั้นเกิดจากตับทำงานผิดปกติ ส่วนจุดด่างดำนั้นเกิดจากสิว รอยแผลเป็น และปัจจัยภายนอกอื่นๆ วันนี้เราจึงมานำเสนอวิธีธรรมชาติที่ได้ผลเพื่อลดริ้วรอยและจุดด่างดำอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าและผิวพรรณกันค่ะ 

1. มันฝรั่งดิบ มันฝรั่งดิบมีสารอาหารและโภชนาการอยู่มากมาย รวมไปถึง วิตามินบี ซึ่งวิตามินบีนี้จะช่วยในการกระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผิว และกรดนิโคตินาไมด์ที่ดำรงอยู่ในวิตามินบีก็จะช่วยลดรอยดำ รอยแดง และทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้มันฝรั่งยังสามารถลดรอยคล้ำรอบดวงตาได้อีกด้วยนะคะ เพียงแค่หั่นมันฝรั่งเป็นวงกลม นำไปขัดและนวดเบาๆ ตรงรอยคล้ำประมาณ 10 นาที วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวัน และสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง สามารถนำมันฝรั่งไปแช่น้ำให้ชุ่มชื้นก่อนได้ค่ะ 

2. ขมิ้นชัน ขมิ้นชัน อุดมไปด้วยคุณประโยชน์หลากหลาย ช่วยยับยั้งอาการอักเสบของร่างกาย และเป็นมิตรต่อผิวพรรณ ลองมาส์กหน้าด้วยขมิ้นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้น มีความกระจ่างใส และลดเรือนจุดด่างดำ 

3. แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์ ในปัจจุบัน วัตถุดิบจากธรรมขาติมีหลากหลายให้เลือกสรร รวมถึงแอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์ ที่มีสรรพคุณในการทำความสะอาดผิวโดยนำสำลีก้อนมาชุบแอปเปิ้ลไซเดอร์และขัดเบาๆบริเวณพื้นผิวที่มีริ้วรอยความหมองคล้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน ทำติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนจะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ นอกจากนี้ในกรณีของผิวที่แพ้ง่ายและมีความไวต่ออาการอักเสบ ควรนำแอปเปิ้ลไซเดอร์นี้ไปผสมกับน้ำให้เจือจางก่อนนำมาใช้กับผิวนะคะ 




สูตรน้ำผักผลไม้ล้างพิษ


 ทำเองได้ง่ายๆไม่ยากเย็น มาดูส่วนผสมกันก่อนเลยจ้า
      บรอกโคลี 100 กรัม
      คะน้า 100 กรัม
      ผักชีฝรั่ง 25 กรัม
      แอปเบิ้ล 200 กรัม
      ขึ้นฉ่าย 50 กรัม

ขั้นตอนการทำ…ง่ายมากๆ

      1. คั้นน้ำผักบรอกโคลี คะน้า ผักชีฝรั่ง แอปเปิ้ลและขึ้นฉ่าย ด้วยเครื่องแยกกาก
      2. นำน้ำผักที่ได้มาผสมรวมกันทั้งหมด
      3. เสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมใส่น้ำแข็งก้อน เพื่อเป็นเครื่องดื่มเย็น
      4. ตกแต่งด้วยใบคะน้า หรือผักชีฝรั่ง ตามใจชอบ

คุณประโยชน์ ดีๆ จากเครื่องดื่มสีเขียวมรกตแก้วนี้ มีสรรพคุณสุดยอดในการล้างพิษ
 
      “ผักใบเขียว” จะฟื้นฟูตับที่อ่อนล้า 
      “ผักชีฝรั่ง” มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ ให้สังกะสีและเกลือแร่ บำรุงตับ 
      “ขึ้นฉ่าย” ช่วยทำความสะอาดตับ ระบบน้ำเหลืองและยังช่วยระบบย่อยอาหารอีกด้วย 
      “แอปเปิ้ล” ช่วยในการขับถ่ายและล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ ได้ดี นอกจากนั้นยังพบว่าแอปเปิ้ลมีสารฟลาโวนอยด์และสาร ออกซิแดนท์สูง ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง 

ข้อห้ามในการล้างพิษ
      น้ำหนักตัวของคุณต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร เป็นโรคเบาหวานประเภทที่หนึ่ง อยู่ระหว่างการรับยารักษาโรคไต เป็นโรคตับขั้นรุนแรง เพื่อสุขภาพที่ดี ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน ลองนำไปทำกันดูนะคะ




สั้นก็สวยได้ 3 สไตล์การจัดแต่ง ‘ทรงผมสั้น’ ของสาว ๆ ให้สวยใสคาวาอี้!!


มาครีเอททรงสวยสำหรับสาวผมสั้นกันดีกว่าค่ะ ใครว่าผมสั้นจัดทรงยาก จำเจ!! คิดผิดแล้วล่ะ ตามมาดูกันเลยย!!

สิ่งที่สาว ๆ ต้องเตรียม

1. ไดร์เป่าผม
2. bobby pin กิ้บเสียบ
3. หวีแปรงกลม
4. Salt beach spray (ไม่มีก็ข้ามไปได้ค่า)
5. โรลม้วนผม
6. Bobby pin แบบหนีบ
7. สเปรย์เพิ่ม Texture (ไม่มีก็ข้ามไปได้ค่า)
8. หวีซี่เล็ก
9. ที่หนีบผมตรง
10. สเปรย์จัดแต่งผม

1. Half-bun เซอร์ ๆ

หากสาว ๆ เป็นคนผมตรงมาก ให้ลอนผมเล็กน้อยก่อนนะคะ จะได้ดูมี Texture หลังจากนั้นเพิ่ม Texture ด้วยสเปรย์ค่ะ แล้วสาว ๆ ก็แบ่งผมเป็น 2 ส่วน ให้ส่วนบนน้อยกว่าส่วนล่างเล็กน้อย จากนั้นก็จัดการทำบันกับผมส่วนบนเลยค่ะ ยึดให้แน่นด้วยกิ้บเสียบ

2. เติมหน้าม้าให้หน้าเด็กลง

เริ่มจากผมหมาดหลังสระค่ะ จากนั้นสาว ๆ เป่าให้แห้ง หากผมของสาว ๆ มีหยักเล็กน้อยมีลอนธรรมชาติบ้างให้ปล่อยทิ้งไว้ค่ะ ไม่ต้องไปหนีบตรง เพราะจะได้ลุคที่ดูธรรมชาติใสใส หลังจากนั้นแบ่งผมโดยใช้หวีซี่เล็กค่ะ จากฝั่งใดก็ได้ที่สาว ๆ พอใจ แบ่งให้เยอะหน่อยนะคะ ให้แสกข้างลึกนิดนึง สเปรย์บริเวณรอยแบ่งเล็กน้อยจากนั้นแบ่งผมมาอีกด้านแล้วติดกิ้บเสียบเอาไว้ก่อน ดึงผมช่วงตรงกับหน้าผากของสาว ๆ ลงมาเล็กน้อยให้ลงมาปิดบริเวณหน้าผากตามภาพ

3. ติดกิ้บคู่เพิ่มความหรูหรา

ตรียมผมด้วยการหนีบให้ตรงด้วยที่หนีบผมตรงค่ะ จากนั้นแบ่งผมด้านหน้ามาเล็กน้อยเพื่อทำ half-look เหมือนการมัดผมครึ่งหัวเลยค่ะ จากนั้นเลือก bobby pin แบบหนีบหรือเสียบก็ได้ ยิ่งถ้ามีลวดลายหรือสีสวย ๆ จะดีมากค่ะ กลิตเตอร์ทั้งหลายก็ยิ่งหรู ดูแพงดีนะ เลือกมา 2 อันค่ะ จากนั้นติดผมส่วน half-look ไว้ด้านหลัง เหมือนในภาพ สุดท้ายสเปรย์ด้วยสเปรย์จัดแต่งทรงผมเสียหน่อย

น่ารักน่าลองทั้งสามทรงเลยค่ะสาว ๆ เลือกตามสไตล์ของตัวเองได้เลยนะคะ แมทช์กับเสื้อผ้าสวย ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ เองรับรองว่าผมสั้นจะช่วยบอกความเป็นตัวเองให้สาว ๆ ได้มากทีเดียว!!






‘เบอร์รี่’ ผลไม้ครอบจักรวาล มีประโยชน์มากกว่าความเปรี้ยวหวานอร่อย


ผลไม้ประเภทเบอร์รี่นั้นเป็นที่นิยมค่อนข้างมากในบ้านเรา ทั้งๆที่หลายๆคนก็ทานไปเพราะรสชาติที่อร่อยเปรี้ยวหวานของมันหรือบางคนก็ทานเป็นกระแส แต่จริงๆแล้วเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มามายเกินบรรยายGirlsallaround.com จะพาไปดูกัน

1. เบอร์รี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

อย่างที่เรารู้กันนะคะว่าสารต้านอนุมูลอิสระนั้นสามารถปองกันอาการเจ็บป่วย รักษาเส้นผม ผิวพรรณ และทำให้สุขภาพเราดีขึ้นด้วย

2. เบอร์รี่ช่วยลดความอ้วน

เบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำ ดังนั้นเปลี่ยนจากมันฝรั่งทอดมาทานเบอร์รี่เป็นของว่างแทนดีกว่า

3. เบอร์รี่เปี่ยมไปด้วยไฟเบอร์

นอกจากเบอร์รี่นั้นจะมีปริมาณของน้ำประกอบอยู่มากแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นคือไฟเบอร์หรือไยอาหารนั่นเอง อยากสุขภาพดีและขับถ่ายสะดวกอย่าลืมทานเบอร์รี่นะคะ

4. โฟเลทก็มี

ซึ่งเจ้าสารโฟเลทหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของวิตามิน B นั้นคือสารที่จะเข้าไปช่วยในเรื่องการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ

5. เบอร์รี่เต็มไปด้วยสารแอนโทไซยานิน

สารชื่อแปลกนี้มีความสามารถในการต่อต้านและรักษาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจเลยทีเดียว

6. เบอร์รี่ช่วยต่อต้านโรคเบาหวาน

เบอร์รี่นั้นมีสารที่ช่วยต่อต้านโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ และมันดีต่อคนที่เป็นโรคเบาหวานอีกด้วยเพราะเป็นผลไม้ที่มีรสหวานแต่กลับมีน้ำตาลน้อย

7. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความบกพร่องด้านสุขภาพจิตและกระบวนการคิดที่ดีขึ้น

มีงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าการทานเบอร์รี่นั้นจะทำให้เราเป็นคนที่มีความคิดดีขึ้น มีเหตุผลและความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย

8. Cranberriy และ Blueberry ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

งานศึกษาค้นคว้าหลายๆชิ้นก็บอกอีกว่า Cranberry และ Blueberry นั้นเป็นผลไม้ที่มีความสามารถที่จะกำจัดพิษในทางเดินปัสสาวะและยังทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

9. เบอรี่ทุกชนิดสามารถป้องกันโรคหัวใจได้

คงไม่ต้องยกงานวิจัยมาอ้างมากมายหรอกค่ะ เพราะมันมีมากมายหลายชิ้นซะเหลือเกิน จะมีผลไม้อะไรที่ดีสารพัดประโยชน์ได้ขนาดนี้เนี่ย

10. Strawberry ช่วยดูแลสุขภาพของดวงตา

งานวิจัยหลายๆชิ้นก็อ้างว่าหากคุณทานเบอร์รี่ทุกสามมื้อต่อสัปดาห์ก็จะทำให้ลด ความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์เยื่อชั้นในของลูกตาเลยนะ

11. สามารถแช่เย็น Blueberriy โดยที่สารต้านอนุมูลอิสระไม่หายไป

เบอร์รี่และผลไม้ชนิดอื่นๆนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็เน่าเสียและคุณประโยชน์ ก็หายไปเร็วไวเหลือเกิน ยกเว้นก็แต่เจ้า Blueberriy นี่แหละค่ะที่แม้แต่จะแช่เย็นมันก็ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ยาวนาน

12. Cranberry ต้านโรคมะเร็ง

มากกว่าทำให้สุขภาพดีแล้วยังมีงานวิจัยหลายๆชิ้นชี้ว่าการทาน Cranberry นั้นจะช่วยให้เรามีสุขภาพดีและยังมีภูมิต้านทานโรคมะเร็งมากขึ้นอีกด้วย

13.  เบอร์รี่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

มีงานวิจัยที่สรุปว่าเบอร์รี่นั้นมีส่วนประสมของสาร Polyphenolics ที่จะเข้าไปช่วยชำระล้างพิษในสมองของเราและเป็นการป้องกันโรคอัลไซเมอร์อีกต่างหาก

14. เบอร์รี่ช่วยป้องกันโรคพาร์คินสัน

ยังมีงานวิจัยอีกหลายๆชิ้นยืนยันว่าการที่เราทานเบอร์รี่ซัก 2 มื้อต่อสัปดาห์จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทางเราจากโรคพาร์คินสันได้อย่างน่าอัศจรรย์

เป็นยังไงกันบ้างคะกับประโยชน์ลึกลับของเบอร์รี่ที่เราเชื่อว่าหลายๆคนต้องไม่รู้กันมาก่อนแน่นอน เอาล่ะรู้อย่างนี้แล้วก็ออกไปซื้อหามาทานกันได้ ประโยชน์เต็มๆรอคุณอยู่ในเบอร์รี่เม็ดเล็กๆแล้วค่ะ!






สวยใสด้วย ‘5 คุณประโยชน์’ จาก ‘น้ำมะพร้าว’ ที่สาว ๆ จะต้องลอง!!


‘น้ำมะพร้าว’ นอกจากจะดื่มแล้วสดชื่นแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกหลายอย่างเลยนะคะสาว ๆ มาดูประโยชน์ของมะพร้าว 5 ข้อ ที่จะทำให้มะพร้าว กลายเป็นอีกทางเลือกของสาว ๆ ด้านสุขภาพกัน!!

1. ช่วยให้ผิวพันธ์เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

มะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวและแอนตี้ออกซิแดนท์นะคะสาว ๆ !! ซึ่งมันสามารถต่อต้านออกซิเจน ทำให้ผิวเก่าที่ตายแล้วยังทับถมกันอยู่ในชั้นผิวให้หลุดลอกออกเพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูอ่อนกว่าวัย ใสใส ปิ๊ง ๆ เลยล่ะ  และยังช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัยให้เกิดช้าลงและช่วยลดเติมเต็มริ้วรอยเดิมให้ดูตื้นขึ้นอีกด้วย ไม่รักได้ไงล่ะ

2. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

ร่างกายของสาว ๆ จะสามารถดูดซึมน้ำมะพร้าวเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ นอกจากนี้น้ำมะพร้าวเป็นสารที่ช่วยความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนังเพราะในน้ำมะพร้าวมีสารตัวเดียวกันกับน้ำมันที่มีอยู่ในต่อมรูขุมขนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่มชุ่มน้ำน่าสัมผัสเหมือนผิวเด็กน้อยเลยล่ะ


3. ป้องกันการเกิด ฝ้า กระ บนใบหน้า

กรดลอลิคในน้ำมะพร้าวจะเปลี่ยนไปเป็นโมโนลอริน สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ  บนผิวหน้าของสาว ๆ 

4. ป้องกันและบรรเทาอาการแสบร้อนหลังออกแดด

น้ำมะพร้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแข็งแรงป้องกันการแพ้แดด แถมยังช่วยลดการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการไหม้ แสบ ร้อน เพราะแพ้แดดได้ด้วย

5. ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น

การดื่มน้ำมะพร้าวช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ไม้แห้ง แตก เป็นขุย ริมฝีปากกระชับ 

นอกจากการดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้วแล้ว การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำช่วยให้ผิวของสาว ๆ เปล่งปลั่งขึ้นจริง ๆ นะคะ ไม่เชื่อก็ต้องลอง!!




D.I.Y ปลูกสวนผักเอง ทำง่าย ได้กินผักปลอดสารพิษ



D.I.Y ปลูกสวนผักเอง ทำง่าย ได้กินผักปลอดสารพิษ

ในเมื่อรอบตัวช่างเต็มไปด้วยสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือผักผลไม้ที่นำมาบำรุงผิวพรรณ แบบนี้ต้องทำสวนเองแล้วหละ ทำให้สวยทั้งเพื่อตกแต่งบ้านและสวยไปถึงผิวพรรณ สุขภาพดี ไม่มีเคมีแปดเปื้อน 100%

สิ่งที่ต้องเตรียม

พื้นที่หลังบ้าน แต่ต้องเป็นบริเวณที่ต้องโดนแดด
กระถางใบใหญ่สวยสะอาดตา
ต้นไม้ที่อุดมไปด้วยคุณสมบัติเพื่อสุขภาพผิว เช่น ว่านหางจรเข้ แตงกวา มะนาว แครอท
ดินสำหรับปลูกผัก และปุ๋ยอินทรีย์

ทำสวนผักเอง 

Step 1 : แวะไปดูร้านต้นไม้ที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นแถวสวนจตุจักร ฝั่ง อตก. หรือราบ 11 และริมทางถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ช่วงใกล้ถนนรามอินทรา

Step 2 : เลือกต้นไม้อย่าง ว่านหางจรเข้ เพื่อมาเติมน้ำในผิว และแตงกวาที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ปลูกง่ายอย่างต้นหม่อน และเชอร์รี่ลูกเล็ก ๆ มะนาวที่ต้นโตพอประมาณ อย่าให้เล็กเกิน ถั่วฝักยาวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกโปรตีนและแร่ธาตุมากมาย ต้นสะระแหน่ คุณค่าเยอะเลย พริกขี้หนู ปลูกง่ายได้วิตามิน

Step 3 : ซื้อดินสำหรับปลูกต้นไม้ และปุ๋ยอินทรีย์

Step 4 : จัดสวน ให้วางต้นไม้ไว้ในกระถางหรือจะลงดินก็แล้วแต่ไอเดียบรรเจิดที่มี ถ้าดินที่บ้านดีอยู่แล้วก็ลงดินได้เลย แต่การปลูกในกระถางทำให้เราควบคุมความอุดมสมบูรณ์ได้ง่าย โยกย้ายสะดวก

Step 5 : ประดับตกแต่งสวนตามใจชอบ อย่าให้ไกลจากตัวบ้านมาก เดี๋ยวจะขี้เกียจไปหยิบใช้งาน

Step 6 : ดูแลต้นไม้ รดน้ำพรวนดินให้พอเหมาะ และศึกษาดูว่าต้นอะไรต้องดูแลยังไง ถึงจะไปรอด

เท่านี้คุณก็จะได้สวนความงามที่หยิบอะไรเอามากิน เอามาสวยได้ง่าย ๆ อย่างว่านหางจระเข้ก็เอามาล้างให้สะอาดก่อนปั่นหรือต้มเอาน้ำมาใส่ในขวดสเปรย์ไว้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย แตงกวาก็เช่นกัน มะนาวก็ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อพอกและสครับหน้าได้ด้วย ถั่วฝักยาวปลอดสารทานให้เยอะจะดูอ่อนเยาว์ไปนาน เช่นเดียวกับผลหม่อน นอกจากจะได้ผิวสวยแล้ว ยังได้สวนสวยเอาไว้อวด ได้งานอดิเรกเอาไว้เพลิน ๆ ความสุขมาพร้อมความสวยและสุขภาพดีในหนึ่งเดียวจริง ๆ นะ





ทึ่งมาก!! สูตรยืดผมให้ตรงสวย โดยไม่ต้องไปเสียเงินกับค่าน้ำยายืดแพงๆ



ทึ่งมาก!! สูตรยืดผมให้ตรงสวย โดยไม่ต้องไปเสียเงินกับค่าน้ำยายืดแพงๆ 

สำหรับสาวๆที่มีผมตรง บางครั้งก็อยากจะมีผมลอนผมหยัก ในทางกลับกัน สาวๆ ที่มีผมหยักศก ก็อาจจะอยากให้ตัวเองมีผมตรงบ้าง การเปลี่ยนลุคให้กับตัวเองด้วยการเปลี่ยนทรงผม ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้ดูไม่น่าเบื่อได้

คราวนี้ มาดูวิธี ที่จะช่วยเปลี่ยนยืดผมให้ตรงสลวย โดยไม่ต้องไปเสียเงินกับค่าน้ำยายืดแพงๆ หรือกับร้านเสริมสวย ใช้เพียงแค่ส่วนผสม 2 อย่างเท่านั้น สาวๆ ที่อยากมีผมตรง ลองมาดูกันได้เลย

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. หัวกะทิคั้นเอง หรือน้ำกะทิสำเร็จรูป (หัวกะทิคั้นเองจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า)

2. มะนาว

3. พื้นที่ว่างในช่องฟรีซของตู้เย็น

4. ภาชนะที่ทนความเย็นได้

5. ผ้าขนหนูโพกศรีษะ

วิธีทำ

1. ตวงน้ำกะทิประมาณ 2 ถ้วย

2. บีบน้ำมะนาวผสมลงไป 1 ลูก ในถ้วยน้ำกะทิ

3. คนส่วนผสมให้เข้ากัน

4. นำส่วนผสมไปแช่ในช่องฟรีซ ทิ้งไว้ 1 – 2 ชั่วโมง

5. เมื่อนำภาชนะออกมา จะพบกว่าส่วนผสมแยกออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นครีมกะทิที่เข้มข้น และชั้นที่เป็นน้ำใสๆ ให้ตักเฉพาะส่วนครีมกะทิออกมา

6. ชะโลมครีมกะทิที่ตักแยกออกมาให้ทั่วเส้นผม

7. พันด้วยผ้าขนหนูอุ่นๆ หมักทิ้งไว้ 1 – 2 ชั่วโมง

8. เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่า สระผมตามปกติ

9. เป่าผมให้แห้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เพียงเท่านี้ เราก็จะรู้สึกถึงผมที่มีน้ำหนักและตรงสลวยมากขึ้น เนื่องจากสารในกะทิและมะนาวได้เข้าไปบำรุงเส้นผมนั่นเอง ทำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมได้อย่างดีทีเดียวล่ะ