สูตรเด็ด ในการ กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระ ติ่งเนื้อ by jeawshop (www.จิ๋วช็อป.com) Line ID: jeaw_1979 , Tel: 086-795-3474
จริงหรือไม่? “ไข่ขาว” ดีต่อสุขภาพมากกว่า “ไข่แดง”
เคยไปทานอาหารกับเพื่อนที่กำลังดูแลรูปร่าง หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า กำลังไดเอ็ตอยู่ไหมคะ ผู้ชายบางคนก็ทานแต่สลัดอกไก่ ไม่ทานข้าว ไม่ทานแป้ง หรือบางคนก็พกไข่ต้มมาจากบ้านวันละหลายๆ ฟอง แวลาทานก็ทานแต่ไข่ขาว ไข่แดงโยนทิ้ง เห็นแล้วเราอยากจะเข้าไปขอไข่แดงมาทานแทน (เสียดาย)
ที่หลายคนเลือกทานแต่ไข่ขาว เพราะเชื่อว่าไข่ขาวเป็นโปรตีนเพียวๆ ไม่มีคอเลสเตอรอลมากเหมือนไข่แดง จริงๆ แล้วไข่แดงเป็นตัวการของคอเลสเตอรอลในร่างกายของเราหรือไม่ ทานแต่ไข่ขาวมีโทษอะไรหรือไม่ Sanook! Health หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ
ไข่ขาว VS ไข่แดง
ความแตกต่างของไข่แดงและไข่ขาว อยู่ที่ปริมาณแคลอรี่ และคอเลสเตอรอล โดยไข่แดงจะมีปริมาณแคลอรี่อยู่ราวๆ 60 Kcal ส่วนไข่ขาวอยู่ที่ 15 Kcal นั่นหมายความว่าไข่แดงมีอคลอรี่มากกว่าไข่ข่าวอยู่ราวๆ 4 เท่า ส่วนคอเลสเตอรอลนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไข่แดงมีคอเลสเตอรอลมากกว่าไข่ขาวที่แทบจะไม่มีคอเลสเตอรอลเลย ดังนั้นใครที่ใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง จึงเลือกทานแต่ไข่ขาวด้วยเหตุผลที่ไข่ขาวมีปริมาณแคลอรี่ และคอเลสเตอรอลต่ำ ได้โปรตีนไปช่วยเพาะกล้ามแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ไข่แดง คอเลสเตอรอลสูง อันตรายต่อร่างกาย?
อันที่จริงแล้ว ปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายของเราไม่ได้มาจากอาหารการกินที่เราทานเข้าไปมากนัก ส่วนใหญ่มาจากการสร้างขึ้นเองในร่างกาย ลำพังเพียงคอลเสเตอรอลจากไข่แดง หากไม่ได้ทานเป็นจำนวนมากจริงๆ ก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเรายังทานไข่แดงได้ตามปกติ หากอาหารที่จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายจริงๆ น่าจะเป็นอาหารที่มีไขมัน (ที่ไม่ดี) สูงมากกว่า
อ่านต่อ >> เอาให้เคลียร์! ไข่ไก่ กินวันละกี่ฟอง ถึงจะดีต่อสุขภาพ
นอกจากนี้ ไข่แดงยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่ไข่ขาวอาจไม่มี นั่นคือ ลูทีน-ซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา ทำให้อัตราในการเป็นโรคตาเสื่อมสภาพ หรือตาบอดในวัยสูงอายุน้อยลง
ทานไข่ขาวมากเกินไป อันตรายหรือไม่?
แม้ว่าไข่ขาวจะดูดีมีประโยชน์ต่อร่างกายจากโปรตีนสูง แคลอรี่ และคอลเสเตอรอลต่ำ แต่การทานไข่ขาวมากจนเกินไป ก็ทำให้ร่างกายได้รัยโปรตีนมากเกินไป ไตก็จะทำงานหนักมากขึ้นเพื่อกรองเอาโปรตีนที่เป็นส่วนเกินของร่างกายออกไป ในระยะยาวอาจทำให้ไตทำงานผิดปกติได้เช่นเดียวกัน
สรุป
ใครที่อยากรักษาสุขภาพอย่างจริงจังมาก เลือกทานแต่ไข่ขาวก็ไม่ผิด ส่วนใครที่ชอบทานไข่แดง สามารถทานต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา การทานทั้งไข่ขาว และไข่แดง ไม่ได้ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้นใครใคร่ทานแบบไหนก็ได้ แต่ควรรับประทานอื่นๆ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย ร่างกายจะได้แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ขาดสารอาหารค่ะ
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop
กระเนื้อ เสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่?
เป็นผลจากการเจริญผิดปกติของผิวหนังส่วนบนลักษณะเป็นตุ่มแบน ผิวอาจดูขรุขระเล็กน้อย มีสีแตกต่างกันได้ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนกระทั่งสีดำมีขนาดตั้งแต่เป็นจุดเล็ก จนกระทั่งใหญ่เป็นเซนติเมตรก็ได้ ตุ่มมีลักษณะพิเศษ คือ ดูคล้ายตุ่มนั้นแปะบนผิวหนัง
กระเนื้อเกิดจากอะไร?
แทบทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น จะพบกระเนื้อมากบ้างน้อยบ้าง ยิ่งเข้าสู่วัยชราก็จะพบได้บ่อยขนาดใหญ่และมีจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามอายุ นอกจากนี้อาจพบมากขึ้นขณะตั้งครรภ์ ตามหลังการให้ยาฮอร์โมนบางชนิด จึงเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดด้วย
กระเนื้อเกิดขึ้นที่ใดในร่างกายได้บ้าง
กระเนื้อพบบ่อยที่บริเวณหน้าอก หลัง ใบหน้า คอ และหนังศีรษะ แต่จริง ๆ แล้วสามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งของร่างกาย โดยในระยะแรกจะเป็นตุ่มสีน้ำตาลอ่อน ต่อไปจะขยายใหญ่นูนหนาขึ้น สีเข้มและผิวขรุขระมากขึ้น
จะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่?
ดังที่กล่าวแล้วว่าแทบทุกคนจะมีกระเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น ถ้ากระเนื้อไม่ได้เกิดขึ้นจำนวนมากอย่างรวดเร็วแล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่นในร่างกาย แต่เนื่องจากกระเนื้อมักจะมีขนาดโตขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และถ้ามันอยู่ในบริเวณที่กระทบกระแทกง่าย หรือเราไปแกะเกาทำให้มีเลือดออกก็ขอแนะนำให้รักษา กระเนื้อที่มีสีดำมาก บางครั้งแยกยากจากมะเร็งผิวหนังบางอย่าง ในกรณีเช่นนี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
จะป้องกันการเกิดกระเนื้อได้อย่างไร?
ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันการเกิดกระเนื้อที่ได้ผล
จะรักษาอย่างไร ?
วิธีรักษามีหลายวิธี คือ
1. จี้ไฟฟ้า ก่อนจี้จะต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดทาบริเวณรอยโรค แล้วจี้บริเวณรอยโรคด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า หลังจากนั้นขูดเนื้อเยื่อบริเวณที่จี้ออก วิธีนี้จะมีแผลตื้น ๆ บริเวณที่ขูดซึ่งจะหายภายใน 1สัปดาห์
2. จี้ด้วยสารเคมี เช่น กรดไตรคลออะซิติค วิธีนี้ไม่ต้องใช้ยาชา แต่จะมีอาการแสบบ้างบริเวณตำแหน่งที่จี้ การจี้จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตายและหลุดออก ข้อเสีย คือ ถ้ากระเนื้อหนามากอาจหลุดไม่หมด หรือต้องจี้หลายครั้ง
3. จี้ด้วยไนโตรเจนเหลว วิธีนี้จะทำให้เกิดตุ่มน้ำพองขึ้นใต้รอยโรค ซึ่งต่อไปจะแห้งเป็นสะเก็ดแล้วหลุดไปใน 2-3 สัปดาห์ ข้อเสียคือบางครั้งอาจเกิดรอยดำหรือขาวหรือแผลเป็นบริเวณรอยโรค สำหรับรอยดำหรือขาวที่เกิดจะจางไปได้ตามเวลา
มีจุดน้ำตาลออกดำที่ผิวหนังเป็นกระเนื้ออย่างเดียวใช่หรือไม่ ?
ไม่ใช่ มีโรคผิวหนังอีกหลายโรคที่ให้ลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น
1. หูด เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า Human papilloma virus ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อจะเป็นตุ่มนูนแข็งผิวขรุขระ แต่สีมักเป็นสีเนื้อหรือน้ำตาลอ่อน
2. ไฝ
3. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังจากแสงแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ผิวขาวที่อาชีพการงานต้องออกแดด เป็นระยะเวลานาน ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลสะสม เห็นผิวหนังเป็นจุดหรือปื้นดำ ๆ มักพบบริเวณใบหน้า คอ แขนด้านนอก หลังมือ
4. มะเร็งผิวหนังบางชนิด บางครั้งแยกจากกระเนื้อยาก ข้อสังเกตคือ ถ้ารอยโรคนั้นโตเร็วมีแผลมีเลือดออก หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop
7 ปัจจัยเสี่ยงก่อ “มะเร็งผิวหนัง” โดยไม่รู้ตัว
มะเร็งผิวหนัง มีสาเหตุมาจากอะไร?
มะเร็งผิวหนัง เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง และเยื่อบุ ที่เกิดขึ้นจากเซลล์ผิวหนัง และเยื่อบุมีการเจริญเติบโต และแบ่งตัวอย่างผิดปกติ
โรคผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- มะเร็งผิวหนังชนิดเบเซลเซลล์ (Basal cell carcinoma) เกิดขึ้นบริเวณชั้นผิวหนังในส่วนบนๆ จะมีความรุนแรง และอันตรายน้อยที่สุด
- มะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (Squamous cell carcinoma) มีความคล้ายคลึงกับชนิดแรก แต่จะกระจายตัวได้เร็วกว่า และเกิดบนชั้นผิวหนังที่ลึกกว่า สามารถคลำเจอเป็นก้อนแข็งๆ อยู่ที่ชั้นผิวหนังด้านล่าง
- มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Malignant melanoma) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่เซลล์เม็ดสีผิว หรือเมลานิน พบได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความรุนแรง เพราะสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง
- ไม่ใช้ครีมกันแดด เพราะรังสีอัลตร้าไวโอเลต หรือรังสียูวี ชนิด UVA และ UVB มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
- ทำงาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งตลอดเวลา
- ชอบนอนอาบแดด เพื่อให้ได้ผิวสีแทน
- สมาชิกในครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็งผิวหนัง
- ผู้ที่มีเชื้อชาติตะวันตก ที่มีลักษณะผิวขาว ผมบลอนด์ อาจมีเม็ดสีผิวน้อย ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงอัลตร้าไวโอเลตได้น้อยกว่าคนที่มีผิวสีเข้ม
- อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เป็นผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือกำลังรับยากดภูมิต้านทาน
- เป็นผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาด้วยวิธีการฉายรังสี
โรคมะเร็งผิวหนังอาจเริ่มจากบริเวณที่เป็นไฝ โดยสามารถสังเกตได้ว่า ไฝมีผื่น หรือก้อนโตขึ้นหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสี ขนาด ลักษณะขอบไฝที่ไม่เรียบ แตกเป็นแผล หรือมีเลือดออกหรือไม่
นอกจากบริเวณไฝแล้ว บริเวณผิวหนังปกติอาจมีแผล หรือผื่นที่เรื้อรังรักษาไม่หาย และเป็นแผลโดยไม่ทราบสาเหตุ
โรคมะเร็งผิวหนัง ป้องกันอย่างไร?
วิธีป้องกันมะเร็งผิวหนัง ทำได้ง่ายๆ เพียงใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป และทาซ้ำทุกๆ 15-30 นาที เมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตผิวหนังของตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากพบความผิดปกติของผิวหนังในระยะแรกๆ ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน
ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดแรงจัดแบบบ้านเรา มีโอกาสที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้เหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะคนผิวขาว หรือผู้ที่มีเชื้อสายจีน เซลล์ผิวหนังอาจป้องกันรังสีไวโอเล็ตได้น้อยกว่าคนทั่วไป ดังนั้นครีมกันแดดเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก อย่าลืมทาทั้งใบหน้า และลำตัวก่อนออกจากบ้านนะคะ
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop
น้ำมันมะพร้าวกันแดด ไขข้อสงสัย ? ชัวร์หรือมั่วนิ่ม
น้ำมันมะพร้าวกันแดด ไขข้อสงสัย... น้ำมันมะพร้าวช่วยกันแดดได้ จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ มาหาคำตอบกันเลยค่ะ
น้ำมันมะพร้าว ผู้ช่วยความงามจากธรรมชาติที่สาว ๆ รู้จักกันดีและมีราคาถูก หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า "สามารถช่วยกันแดดได้ดี" ซึ่งคำถามนี้ สำหรับใครที่กำลังหาคำตอบกันอยู่ ฟังให้ชัด ๆ กันเลยค่ะว่า "จริง" เพราะคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวนั้นจะมีสารกันแดดอ่อน ๆ เป็นส่วนผสมอยู่ ซึ่งจะสามารถปกป้องผิวจากแดดได้ถึง SPF 25 เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยรักษาอาการอักเสบและอาการไหม้เกรียมของผิวหนังที่ถูกแดดเผาเป็นเวลานาน ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงสรุปได้อย่างชัดเจนเลยว่า "น้ำมันมะพร้าวช่วยกันแดดได้ดี" ไม่มั่วนิ่มค่ะ
น้ำมันมะพร้าว ผู้ช่วยความงามจากธรรมชาติที่สาว ๆ รู้จักกันดีและมีราคาถูก หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า "สามารถช่วยกันแดดได้ดี" ซึ่งคำถามนี้ สำหรับใครที่กำลังหาคำตอบกันอยู่ ฟังให้ชัด ๆ กันเลยค่ะว่า "จริง" เพราะคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวนั้นจะมีสารกันแดดอ่อน ๆ เป็นส่วนผสมอยู่ ซึ่งจะสามารถปกป้องผิวจากแดดได้ถึง SPF 25 เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยรักษาอาการอักเสบและอาการไหม้เกรียมของผิวหนังที่ถูกแดดเผาเป็นเวลานาน ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงสรุปได้อย่างชัดเจนเลยว่า "น้ำมันมะพร้าวช่วยกันแดดได้ดี" ไม่มั่วนิ่มค่ะ
และนอกจากจะทำหน้าที่กันแดดแล้ว สำหรับใครที่มีอาการผิวไหม้จากแดด เนื่องจากผิวหนังโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ น้ำมันมะพร้าวก็ช่วยรักษาได้เช่นกันค่ะ เพียงแค่นำน้ำมันมะพร้าวมาทาบริเวณผิวหนังที่ไหม้จากแดด เพียงไม่กี่ชั่วโมงอาการแดงและปวดแสบปวดร้อนก็จะหายไปได้เองค่ะ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะสาว ๆ
เห็นไหมคะว่านอกจากน้ำมันมะพร้าวจะช่วยป้องกันแดดได้ดีแล้ว ยังจะสามารถใช้รักษาอาการผิวไหม้จากแดดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสมบัติเริด แถมราคาก็ยังถู้กถูก แบบนี้เห็นทีคงจะต้องซื้อน้ำมันมะพร้าวมาไว้ติดบ้านกันไว้เยอะ ๆ แล้วล่ะค่ะ ^^
เห็นไหมคะว่านอกจากน้ำมันมะพร้าวจะช่วยป้องกันแดดได้ดีแล้ว ยังจะสามารถใช้รักษาอาการผิวไหม้จากแดดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสมบัติเริด แถมราคาก็ยังถู้กถูก แบบนี้เห็นทีคงจะต้องซื้อน้ำมันมะพร้าวมาไว้ติดบ้านกันไว้เยอะ ๆ แล้วล่ะค่ะ ^^
เบกกิ้งโซดา+เลมอน ตัวช่วยฟันขาวแบบธรรมชาติใน 2 นาที!
เคล็ดลับ DIY ฟันสวยเร่งด่วนแบบไม่ต้องวิ่งเข้าไปทำฟันกับคุณหมอ รอแค่ 2 นาทีก็เห็นผลแล้ว ข้อดีของฟันที่ขาวก็
คือทำให้ใบหน้าเราดูโดดเด่นขึ้น และเวลายิ้มก็ทำให้เรามีบุคลิกที่ดี ทาปากสีอะไรก็สวยงามไม่ต้องคิดมากเลยล่ะค่ะ
เอาล่ะไปดูกันว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง
คือทำให้ใบหน้าเราดูโดดเด่นขึ้น และเวลายิ้มก็ทำให้เรามีบุคลิกที่ดี ทาปากสีอะไรก็สวยงามไม่ต้องคิดมากเลยล่ะค่ะ
เอาล่ะไปดูกันว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ต้องเตรียม
- เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- เลมอน 1 ซีก
How to
- ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเลมอนลงในถ้วยที่เตรีมไว้แล้วผสมให้เข้ากัน เบกกิ้งโซดาจะทำปฏิกิริยากับเลมอนทำให้เกิดฟองฟู่ขึ้นมา คนให้ผงเบกกิ้งโซดาละลายจนหมด
- เมื่อทำขั้นตอนแรกเสร็จแล้วก็ใช้ลำสีชุบส่วนผสมที่เตรียมไว้ แล้วนำมาถูที่ฟันให้ชุ่ม
- ทาน้ำยาฟอกฟันขาวทิ้งไว้ที่ฟันให้ทั่วโดยพยายามยิงฟันค้างไว้ 2 นาที ส่วนผสมนี้จะช่วยขจัดคราบเหลืองบนฟันออกให้ได้มากที่สุด
- บ้วนปากออกสัก 2 รอบ ฟันขาวขึ้นแน่นอน
แค่คุณทำแบบนี้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ใบหน้าคุณจะอ่อนเยาว์ลงไปกว่า 10 ปี
แค่คุณทำแบบนี้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ใบหน้าคุณจะอ่อนเยาว์ลงไปกว่า 10 ปี
ผู้หญิงญี่ปุ่นพึงพอใจกับคุณประโยชน์ของข้าวมานานนับศตวรรษ และนั้นคือของขวัญจากธรรมชาติความลับของความงามมีอยู่ในนี้
ข้าว เป็นแหล่งกำเนิดที่มหัศจรรย์ ซึ่งประกอบไปด้วย กรดไลโนเลอิกและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอำนาจช่วยกระตุ้น
การผลิตคอลลาเจน มันช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย สควาลีน (Squalene) ยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด วิตามินอีและ
แกมมาออไรซานอล พบมากในข้าว ที่สามารถช่วยปกป้องหัวใจและลดระดับคอเลสเตอรอล
น่าเสียดายนอกจากคนญี่ปุ่นแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้ ข้าวช่วยฟื้นฟูผิวให้อ่อนเยาว์อย่างน่า
มหัศจรรย์ เราจะให้คุณทำมาส์กข้าวที่แสนง่ายที่จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าและทำให้ผิวพรรณดีขึ้น
คุณต้องเตรียม
ข้าว 3 ช้อนโต๊ะนม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำข้าวไปหุงให้สุกเก็บน้ำซาวข้าวไว้ ใส่นมอุ่น 1ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะลงไปในข้าว แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นใช้มาส์กหน้าและปล่อยทิ้งให้แห้ง หลังจากนั้นทำ ความสะอาดผิวหน้าและล้างออกด้วยน้ำซาวข้าว
น้ำข้าวมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง ทำให้ผิวชุ่มชื่นและกระตุ้นการไหลเวียน น้ำข้าวยังช่วยในการลบจุดด่าง
ดำและบรรเทาการอักเสบ มันจะทำให้ผิวชุ่มชื่น มีสุขภาพดีและปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำซ้ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง คุณจะประหลาดใจกับผิวของคุณในกระจก คุณ
จะดูอ่อนเยาว์ลงกว่า 10 ปี
www.konphenfai.com
www.facebook.com/jeawshop
สุดยอดวิธีทำให้ผิวขาวแบบธรรมชาติง่ายๆ ด้วยของใช้ใกล้ตัว
สุดยอดวิธีทำให้ผิวขาวแบบธรรมชาติง่ายๆ ด้วยของใช้ใกล้ตัว
ส่วนผสม มะนาว,เบคกิ้งโซดา,แป้งฝุ่น,ถ้วย,ช้อน,นม
ขั้นตอนการทำ นำเบคกิ้งโซดาใส่ถ้วย 1 ช้อน บีบมะนาวใส่กับเบคกิ้งโซดา แล้วผสมให้เข้ากัน และใส่นมลงไป 1
ช้อนตามด้วยแป้งหลังจากนั้นก็ผสมให้เข้ากัน พอผสมเสร็จแล้วก็นำมาขัดที่แขนหรือส่วนที่เราต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ
1-2 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเช้า-เย็น ประมาณ 1 อาทิตย์จะเห็นผล
**หมายเหตุ ไม่ควรใช้ล้างหน้าเด็ดขาด!!**
ไม่ควรใช้ล้างหน้าเด็ดขาด การใช้เบกกิ้งโซดา ยังอาจจะทำให้ใบหน้าเกิดอาการแพ้ได้อีกด้วย โดยในรายที่แพ้จะ
ไม่ควรใช้ล้างหน้าเด็ดขาด การใช้เบกกิ้งโซดา ยังอาจจะทำให้ใบหน้าเกิดอาการแพ้ได้อีกด้วย โดยในรายที่แพ้จะ
ทำให้เกิดรอยผื่นแดงคัน เหมือนกับการแพ้และระคายเครื่องสำอาง ดังนั้น จึงไม่ควรใช้เบกกิ้งโซดาล้างหน้า หรือขัด
หน้าโดยเด็ดขาด
สูตรผิวขาวด้วย “น้ำมะขามเปียก” ธรรมชาติที่มอบความใส
วันไหนอยู่บ้านว่างๆ นึกอยากบำรุงผิวหน้าแบบโบร่ำโบราณขึ้นมา สดสวยแนะนำให้นึกถึงสูตรนี้ค่ะ ผิวใสไม่ใช่เรื่อง
ยาก ถ้าเราใส่ใจและพิถีพิถันในการบำรุง ดูแค่ส่วนผสมก็รู้แล้วว่าดีต่อผิวแค่ไหน
ยาก ถ้าเราใส่ใจและพิถีพิถันในการบำรุง ดูแค่ส่วนผสมก็รู้แล้วว่าดีต่อผิวแค่ไหน
สูตรดินสอพองผสมน้ำมะขามเปียก
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ดินสอพองสะตุ 3 – 4 เม็ดใหญ่
- น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนชา
วิธีทำ
- นำดินสอพองสะตุมาบดละเอียดด้วยภาชนะที่สะอาดเลยค่ะ
- จากนั้นก็ผสมน้ำมะขามลงไปแล้วคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน มันจะกลายเป็นครีมข้นๆ ค่ะ
- พอได้แล้วก็นำไปทาจนทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตา หรือจะแต้มเฉพาะตรงที่หัวสิวก็ได้ค่ะ
- จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที
- แล้วล้างหน้าให้สะอาด อย่าให้ดินสอพองตกค้าง เพราะจะเป็นสิวอุดตันได้ค่ะ
เห็นไหมคะ มันง่ายมากจริงๆ ทำบ่อยๆ ผิวจะไม่ใสได้ไงเนอะสาวๆ
อาหารต้านสิว อยากผิวสวยต้องกินนะ!
ถ้าไม่อยากเป็นสิว นอกจากวิธีป้องกันด้วยการทำความสะอาดผิวแล้ว การเลือกกินอาหารที่ดีก็มีส่วนช่วยด้วยเหมือนกัน
นะคะ วันนี้สดสวยมีตัวช่วยต้านสิวมาฝาก ถ้าหากใครอยากมีผิวสวย ให้อาหารเหล่านี้ช่วยได้ค่ะ
นะคะ วันนี้สดสวยมีตัวช่วยต้านสิวมาฝาก ถ้าหากใครอยากมีผิวสวย ให้อาหารเหล่านี้ช่วยได้ค่ะ
เสริมด้วยโอเมก้า 3
อาหารต่างๆ ที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน วอลนัท ถั่วแระ จะช่วยปรับระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ช่วยป้องกัน
การเกิดสิว และลดสิวอักเสบได้
ต้านอนุมูลอิสระ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็ดี ชาเขียวก็ดี มีสารต้านอนุมูลอิสระทั้งนั้นค่ะสาวๆ จะดื่มชาเขียวร้อนตอนเช้า หรือกินผลไม้ยาม
บ่าย ก็ช่วยดูแลผิวให้สวยได้ค่ะ
เติมซีลีเนียม
ช่วยลดการอักเสบของผิวได้ ซึ่งมีอยู่ในอาหารประเภท ปลาทูน่า อาหารทะเล ข้าวกล้อง หัวหอม กระเทียม
น้ำสะอาด
ขาดไม่ได้เลยนะ เพราะน้ำช่วยบำรุงผิวได้ดีที่สุด ควรดื่มให้เพียงพอที่ร่างกายต้องการ หรืออย่างน้อยวันละ 2 ลิตรค่ะ
ต่อจากนี้ไปเห็นอาหารเหล่านี้ต้องพุ่งใส่เลยนะคะ เพราะเรื่องสิวไม่ใช่เรื่องน่ายอม อย่าปล่อยให้มันเกิดเด็ด
ขาดค่ะ
ไข่แดง+มะนาว สูตรกำจัดรังแคแบบง่ายๆ
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ทุกคนใส่เสื้อผ้าสีเข้มกันทั้งนั้น เรื่องสำคัญที่น่าเป็นห่วงคือ หากใครมีปัญหารังแคอยู่จะต้องได้
อายเป็นแน่ค่ะ เพราะเสื้อดำจะทำให้เห็นรังแคชัดมากขึ้น ดังนั้นเราควรหันมาดูแลหนังศีรษะอย่างจริงจัง นำสูตรนี้ไป
ใช้ได้เลยค่ะ
อายเป็นแน่ค่ะ เพราะเสื้อดำจะทำให้เห็นรังแคชัดมากขึ้น ดังนั้นเราควรหันมาดูแลหนังศีรษะอย่างจริงจัง นำสูตรนี้ไป
ใช้ได้เลยค่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ไข่แดง 1 ฟอง
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสะอาด 1 ถ้วย
วิธีทำก็ง่ายมากค่ะ แค่…
- นำไข่แดงมาเทใส่ถ้วยแล้วตีไข่แดงให้แตก นำไข่แดงมาชโลมให้ทั่วศรีษะ แล้วทิ้งไว้ 5-10 นาที
- จากนั้นนำน้ำมะนาวผสมน้ำในอัตราส่วน น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสะอาด 1 ถ้วย
- ล้างไข่แดงออกจากผม
- แล้วสระด้วยแชมพูอ่อนๆ หรือแชมพูสำหรับเด็กอีกครั้งค่ะ
วิธีนี้จะช่วยลดการเกิดรังแคได้ ลองทำสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยทำให้ปัญหารังแคหมดไปได้ค่ะ
แคนตาลูป ผลไม้ที่สาวออฟฟิศต้องยกให้เป็น MUST EAT!
แคนตาลูป ผลไม้มากประโยชน์ ที่ไม่ว่าใครต่างก็รู้กันดีกว่า แคนตาลูปอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่ดีต่อ
สุขภาพมากแค่ไหน แต่รู้ไหมว่าผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับใครมากที่สุด นั่นก็คือบรรดาสาวออฟฟิศทั้งหลายนั่นเอง เอา
เป็นว่ามาดูประโยชน์ของแคนตาลูปที่มีต่อสาวออฟฟิศกันหน่อยดีกว่า
สุขภาพมากแค่ไหน แต่รู้ไหมว่าผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับใครมากที่สุด นั่นก็คือบรรดาสาวออฟฟิศทั้งหลายนั่นเอง เอา
เป็นว่ามาดูประโยชน์ของแคนตาลูปที่มีต่อสาวออฟฟิศกันหน่อยดีกว่า
กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน
สาวออฟฟิศมักจะต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายหรือขยับร่างกายเลย ซึ่งก็เป็นผล
ให้น้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่การทานแคนตาลูปจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะแคนตาลูปนั้นอุดมไปด้วย วิตามินบี 6
ที่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายมีการนำไขมันออกมาใช้มากขึ้นแม้จะไม่ค่อยได้
ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการจับตัวของคอเลสเตอรอล ให้คุณมีหุ่นสวย บอกลาไขมันไปได้เลย
บำรุงผิวพรรณให้สดใส
ผิวสวยสุขภาพดีแค่ทานแคนตาลูป เพราะแคนตาลูปนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินบี 3 ที่จะช่วยปรับสีผิวให้ขาว
กระจ่างใสขึ้น และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิว จึงทำให้ผิวดูเต่งตึง และอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็ก
แม้ในคนที่ผิวหมองคล้ำจากแสงแดด ก็หมดกังวลไปได้เลย
เสริมสร้างภูมิต้านทาน
เมื่อออกกำลังกายน้อยและพักผ่อนน้อย ร่างกายก็มักจะอ่อนแอและมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องเสริมภูมิ
ต้านทานให้กับตัวเองสักหน่อย ด้วยการทานแคนตาลูป ผลไม้มากประโยชน์นั่นเอง จัดเป็นเมนูของว่างบนโต๊ะทำงาน
กันเลย เพียงทานแคนตาลูปให้ได้วันละ 100 กรัม สขภาพของคุณก็จะดีขึ้น ทั้งห่างไกลจากโรคมะเร็งและ
โรคร้ายอื่นๆ แล้ว
เป็นอย่างไรบ้างเอ่ยกับแคนตาลูป ผลไม้มากประโยชน์ที่สาวออฟฟิศไม่ควรพลาดเป็นอันขาด สาวออฟฟิศ
คนไหนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือมีเวลาดูแลตัวเองน้อย ก็ลองทานแคนตาลูปเป็นประจำดูนะ รับรองได้
ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแน่นอน
หลากสครับสูตรขัดผิว 3 แบบให้เลือก
ผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดไป สร้างผิวเกิดใหม่ที่สวยงาม ก็เห็นจะมีวิธีสครับนี่แหละค่ะที่เห็นผลไวที่สุด การขัดผิวทำให้
เซลล์ผิวเสื่อมสภาพหลุดออกง่ายดาย เพียงขัดเบาๆ ผิวเราก็สวยงามอร่ามตา แต่ว่าสครับแบบไหนน่าลองบ้างล่ะ มาดู
กันดีกว่า
เซลล์ผิวเสื่อมสภาพหลุดออกง่ายดาย เพียงขัดเบาๆ ผิวเราก็สวยงามอร่ามตา แต่ว่าสครับแบบไหนน่าลองบ้างล่ะ มาดู
กันดีกว่า
เกลือทะเล
- วิธีเบสิกที่ยังนิยมอยู่เสมอ แต่ก่อนจะนำมาใช้ควรตำเกลือทะเลให้ละเอียดขึ้น เพราะเดี๋ยวจะบาดผิว
- จากนั้นค่อยนำมาผสมกับขมิ้นผงและนมสด
- คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาสครับผิวทั่วเรือนร่าง
- จากนั้นปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดค่ะ
มะขามเปียก
วิธีโบร่ำโบราณเขากล่าวมา อยากมีผิวพรรณขาวใสให้สูตรมะขามเปียกดูแลเลยค่ะ ด้วยคุณสมบัติของมะขามเปียกที่มี
กรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้นง่าย
- เพียงนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำอุ่นให้ข้นๆจากนั้นนำมาสครับเบาๆ
- แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที
- ขัดซ้ำอีกครั้งด้วยใยบวบ แล้วล้างผิวให้สะอาด
วิธีโบร่ำโบราณเขากล่าวมา อยากมีผิวพรรณขาวใสให้สูตรมะขามเปียกดูแลเลยค่ะ ด้วยคุณสมบัติของมะขามเปียกที่มี
กรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้นง่าย
- เพียงนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำอุ่นให้ข้นๆจากนั้นนำมาสครับเบาๆ
- แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที
- ขัดซ้ำอีกครั้งด้วยใยบวบ แล้วล้างผิวให้สะอาด
ขมิ้น เป็นสมุนไพรช่วยสมานผิว แถมยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวได้อีกด้วย
- แนะนำให้นำขมิ้นชันสดมาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตำให้ละเอียด
- นำไปผสมกับน้ำมะขามเปียกข้นๆ และนมสดเล็กน้อย
- คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดผิวจนทั่ว
- ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
- จากนั้นล้างออกให้สะอาด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















