3 เคล็ดลับดูแล BAREFOOT เปลือยเท้าแบบไม่อายใคร

งงกันใช่ไหมว่าทำไมต้องมองเท้ากันด้วย อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าเท้าของเราไม่จำเป็นต้องดูแลนะคะ การที่เราเท้าขาว ผิวเนียน ไม่มีการแห้งแตก มันทำให้เราใส่รองเท้าอะไรก็สวยค่ะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบใส่รองเท้าแตะหนีบก็ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษเลย วันนี้สดสวยนำเคล็ดลับการบำรุงผิวเท้าของเราให้สวยสุขภาพดีมากฝากกันแล้ว ทำตามไปพร้อมกันเลยค่ะ


ขัดผิวเท้า

เตรียมแปรงขัดเท้ากับสบู่เอาไว้ แล้วหมั่นขัดเท้าให้ทั่วทุกซอกมุม ทั้งเล็บเท้าด้วยนะคะ การขัดเท้าด้วยแปรงจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เท้าของเรามีกลิ่นได้ ดังนั้นต้องทำเป็นประจำค่ะ ผิวสวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องสะอาดด้วยนะคะ

สครับเท้า

มองหาสครับเนื้อละเอียดแล้วเริ่มปฏิบัติการสครับผิวได้เลยค่ะ การสครับผิวเท้าสัปดาห์ละครั้งจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพของเท้าให้หลุดออก ซึ่งจะทำให้เท้าเราดูขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

นวดเท้า

เตรียมน้ำมันมะพร้าวเลยค่ะ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนวดด้วยน้ำมันธรรมชาติแบบนี้อีกแล้ว ผิวเท้าของเราก็ต้องการความชุ่มชื่นสูงเช่นกัน ดังนั้นนำน้ำมันมะพร้าวมานวดให้ทั่วเท้าค่ะ จากนั้นนำผ้าขนหนูอุ่น ๆ พอเหมาะห่อเท้าเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที คุณก็จะได้ผิวเท้าที่เนียนนุ่มเป็นรางวัลค่ะ

 แค่ 3 เคล็ดลับ สัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าใครมีเวลามากกว่านั้นก็บำรุงบ่อย ๆ ก็ได้นะคะ อย่าลืมว่าเราใช้งานเท้าทุก ๆ วัน หมั่นดูแลให้สวยเท่ากับส่วนอื่น ๆ ด้วยนะคะ




4 วิธีดูแลผิวตอนเช้า เพื่อกู้สภาพผิวให้กลับมาสุขภาพดี



ถ้าอยากให้ผิวของเราดูดีกันไปนาน ๆ มาดูวิธีการดูแลผิวหน้าที่ควรทำเป็นประจำทุกเช้ากันค่ะ ผิวจะสวยแบบสุขภาพดีแบบที่ออกมาจากภายใน

1.ขยับใบหน้าตอนเช้า

ในช่วงเวลาที่ตื่นขึ้นมา อย่าเพิ่งลุกกันนะคะ มากระชับใบหน้าให้กระชับกันสักนิดด้วยการขยับใบหน้า โดยเริ่มจากการหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมา ก่อนจะยกหัวคิ้วให้ขยับขึ้นทำซ้ำประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นอ้าปากกว้าง ๆ แล้วหุบลงทำซ้ำอีก 3 ครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดีค่ะ

2.ดื่มน้ำตอนเช้า

หลังจากลุกจากเตียงแล้วก็ไปดื่มน้ำเปล่าสะอาด ๆ อุณหภูมิห้องสักแก้วหนึ่งก่อนทำธุระส่วนตัวนะคะ การดื่มน้ำเปล่าในตอนเช้าแบบนี้ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปในตอนนอนและเป็นเหมือนการดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยค่ะ

3.ล้างหน้าทำความสะอาดผิว

สาว ๆ ที่เป็นสาวผิวแห้งสามารถล้างเฉพาะส่วนของ T-Zone เพื่อเอาน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าออกได้นะคะ หากเป็นสาว ๆ ที่ผิวมันก็สามารถล้างได้ทั้งหน้า แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวกันด้วยนะคะ

4.มาส์กผิว

เปลี่ยนจากตอนกลางคืนมาเป็นตอนเช้าจะช่วยทำให้แต่งหน้าติดผิวมากขึ้น มาสก์ด้วยแผ่นมาส์กแค่ 10-15 นาทีแล้วถอดออกได้เลย เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวแบบประหยัดเวลาอีกด้วยค่ะ

ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันก็ช่วยให้ผิวเราเปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื่นขึ้นแน่นอนค่ะ 


ผิวขาวใครว่าไม่มีปัญหาเรื่องเมคอัพ! 4 ปัญหาที่คนผิวขาวเองก็ยังไม่รู้

ผิวขาวเป็นสีผิวที่ใคร ๆ ก็อยากครอบครอง โดยเฉพาะสาวไทยแบบเรา ๆ ทำยังไงก็หาคนอินกับผิวเข้มน้อยอยู่ดี แต่ทีนี้ผิวขาวก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรแล้วดูดีไปซะหมดนะ มันก็ต้องมีจุดพลาดกันบ้าง บางอย่างมันไม่เข้ากันกับสาว ๆ ผิวขาวเลยจริง ๆ งั้นมาดูกันว่าผิวขาวไม่เหมาะกับอะไรหรือเหมาะกับอะไรบ้าง




1.อายแชโดว์สีอ่อน… ต้องยอมแพ้

ผิวขาวคงจะต้องเก็บอายแชโดว์สีอ่อนไปก่อนเลยค่ะ เพราะมันจะกลืนไปกับผิวเหมือนไม่ได้แต่ง เต็มที่ก็อาจจะใช้สีน้ำตาลอ่อนได้อยู่ แต่ถ้าถึงขนาดสีขาวหรือกลิตเตอร์บาง ๆ อาจจะมองไม่เห็นได้ค่ะ

2.ลิปนู้ดสุดอิน แต่ขาวๆ ทาแล้วเอาท์

สาว ๆ ผิวขาวโยนลิปสติกสีนู้ดไปได้เลย ยกเว้นว่าวันนั้นคุณจะแต่งหน้าเข้ม บล็อกตาโตอะไรประมาณนั้นแหละ ถ้าไม่ได้ทำแบบนั้นงดลิปสติกสีอ่อนหรือโทนนู้ดไปเลยดีกว่า เพราะมันจะทำให้คุณดูจืดเกินไป

3.อายไลน์เนอร์ดำทำให้ดูแข็งๆ

ปกติเราจะใช้มาสคาร่า อายไลเนอร์สีดำกันใช่ไหมล่ะ ถ้าอยากลองทำเป็นลุคใส ๆ แนะนำให้เลือกใช้สีน้ำตาลดูนะ เพราะสีดำมันจะตัดกับสีผิวชัดเจน หน้าอาจจะดูดุเกินไป สีน้ำตาลจะทำให้หวานใสขึ้นค่ะ

4.บรอนเซอร์เบอร์แรง ไม่รอดนะ!

อยากจะให้ทรงหน้าสวยสะดุดตาแบบสาย ฝ. สำหรับสาวผิวขาวอาจจะต้องระวังเรื่องสีบรอนเซอร์หน่อยนะคะ ถ้าสีเข้มกว่าผิวมากเกินไปมันจะดูประหลาดและไม่งามเลยล่ะ ใครผิวขาวมาก ๆ แนะนำสีน้ำตาลอ่อนดีที่สุดค่ะ

 เห็นไหมล่ะว่าบางอย่างก็ไม่ได้เหมาะกับผิวขาว ๆ ไปเสียหมด ใครที่ผิวขาวควรงดอะไรแบบนี้แล้วเปลี่ยนเพื่อให้เราดูดีขึ้นดีกว่านะคะ



4 ขั้นตอนทาลิปสติกแล้วสีไม่เพี้ยน

น่าสงสารสาว ๆ ที่ริมฝีปากคล้ำเสียจริง เวลาทาลิปสติกทีไรไม่เคยได้สีดังใจเลย อุตส่าห์เลือกมาเสียดิบดี แต่พอทาบนริมฝีปากของเราเข้าจริง ๆ ดันไม่ใช่สีที่ต้องการ นั่นเป็นเพราะพื้นสีบนริมฝีปากเรานั่นแหละค่ะ ตัวการทำให้สีผิดเพี้ยน ดังนั้นมาดูเคล็ดลับการดูแลและทาลิปสติกให้ได้สีที่เราอยากได้ค่ะ



1.ขัดด้วยแปรงสีฟัน

แปรงสีฟันนี่แหละ ง่ายที่สุดเลยค่ะ หลังแปรงฟันทุกครั้งก็ให้ใช้แปรงสีฟันขัดเบาๆ ที่ริมฝีปาก เพื่อเป็นการสครับปากผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพและคราบลิปเก่า ๆ ที่ติดออกให้หลุดไป ไม่มีเหลือตกค้างและไม่ทำให้ปากคล้ำในระยะยาว ปากจะนุ่มอมชมพูสุขภาพดีขึ้นด้วย เพราะเหมือนไปกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนบริเวณริมฝีปากค่ะ

2.บำรุงริมฝีปาก

ใช้ลิปบำรุงแก้ปากคล้ำ ที่ช่วยลดเม็ดสีคล้ำๆ หรือปรับสีปากให้ดูอมชมพูขึ้น หรือจะเป็นลิปบาล์มธรรมดา ปิโตรเลียมเจล สีฝึ้งอะไรพวกนี้ก็ได้ และควรทาก่อนลงลิปทุกครั้งด้วยค่ะ เพื่อเป็นการเตรียมริมฝีปากให้นุ่มชุ่มชื้นและทาลิปง่ายขึ้น

3.ลงคอนซีลเลอร์

ขั้นตอนสำคัญเลย ถ้าไม่อยากให้สีลิปสติกผิดเพี้ยน คอนซีลเลอร์ช่วยได้ ทาเพื่อกลบขอบปากและสีปาก ให้ทาลิปสติกออกมาแล้วได้สีที่ใกล้เคียงกับสีลิปมากที่สุดนั่นเอง ใช้นิ้วก็เอานิ้วแตะๆ คอนซีลเลอร์ลงบางๆ ให้ทั่วปากได้เลย หรือจะใช้แปรง ฟองน้ำ ก็ได้ค่ะ แต่แนะนำให้บำรุงอย่างที่บอกก่อน เพราะนึกสภาพริมฝีปากแห้งแตก คอนซีลเลอร์ก็คงจะแห้งตกร่องตามไปด้วยค่ะ

4.ทาลิปสติก

ทีนี้ชอบสีไหนก็เอามาทาได้เลย ถ้าใช้แปรงจะยิ่งสวยเนียนขึ้นไปอีก แถมยังติดทนกว่าด้วย ทาทับคอนซีลเลอร์ที่ทาไว้ขั้นตอนที่แล้วได้เลย จะเห็นได้ว่าสีปากค่อนข้างตรงและชัดเจนขึ้นอย่างที่อยากได้ค่ะ

ครบ 4 ขั้นตอนในการแต่งริมฝีปากให้สวยกันแล้ว หมดปัญหาน่ากังวลเรื่องสีลิปสติกเพี้ยนกันแล้วเนอะ


แก้ปัญหาผมเสียด้วยสูตรกะทิ + มะนาว

ยุคนี้ผู้หญิงที่ไหนก็ทำสีผม ยืด ดัด สารพัดอย่างเพื่อความงามทั้งนั้นแหละเนอะ ไหนจะแสงแดดที่สาดส่องมายังเส้นผมของเราทุกวัน แล้วมลภาวะต่าง ๆ อีกล่ะ ทำเอาผมของเราแห้งกรอบไปแบบแก้ไขอยาก แต่ถ้าเรามีเวลาว่างก็หมั่นดูแลเส้นผมกันหน่อยดีกว่าค่ะ บางคนเลือกเข้าไปทำสปาเส้นผม แต่บางคนก็เลือกจะดูแลเส้นผมด้วยวิธีธรรมชาติด้วยตัวเอง วันนี้สดสวยก็เลยนำสูตรหมักผมมาแชร์ แก้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ค่ะ

หมักผมด้วยน้ำกะทิและน้ำมะนาว

มะนาวนอกจากจะช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เนียนใส ยังช่วยบำรุงผมให้นุ่มสลวยเงางามเป็นธรรมชาติ และช่วยจัดการปัญหาผมเสียอย่างได้ผล ไม่ว่าจะเป็นช่วยรักษาผมแตกปลาย ช่วยขจัดรังแค และช่วยลดเส้นผมขาดร่วง น้ำมันจากมะนาว ยังมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านแบคทีเรีย สามารถทำความสะอาดและคืนสมดุลให้กับหนังศีรษะและเส้นผมให้มีสุขภาพดี การหมักผมด้วยสูตรนี้ จึงช่วยให้ผมมีน้ำหนักและตรงสวยมากขึ้น แต่ทั้งนี้ควรเลือกใช้มะนาวที่มีผิวสีเขียวสด เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียม 

  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1 ลูก

วิธีทำหมักผม

  1. นำหัวกะทิและน้ำมะนาวมาผสมจนเข้ากัน แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  2. จากนั้นจะเห็นว่าส่วนผสมแยกออกเป็น 2 ชั้น เป็นชั้นครีมของกะทิที่เข้มข้น และชั้นน้ำใส ๆ ให้ตักเอาเฉพาะส่วนที่เป็นครีมเข้มข้น นำมาชโลมให้ทั่วเส้นผม
  3. หมักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  4. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นก็สระผมตามปกติค่ะ
ถึงแม้สูตรนี้จะไม่ได้ทำให้ผมแห้งเสียหายดีในทันที แต่ถ้าทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้เส้นผมฟื้นฟูดีขึ้นและกลับมาสุขภาพดีดังเดิมได้ค่ะ