สูตรทำเครื่องดื่ม “Strawberry Milk” แสนอร่อย!


มาอีกแล้วค่ะ สูตรทำเครื่องดื่ม แบบง่ายๆ สไตล์ jeawshop (จิ๋วช็อป) และครั้งนี้ ก็เป็นคิวของ 
สตรอเบอร์รี่ มิลค์ (Strawberry Milk) หรือ นมสตอเบอรี่ นั่นเอง รับประกันได้ว่า ส่วนผสมไม่วุ่นวาย แถมยังอร่อยชื่นใจอีกด้วย ไปดูส่วนผสมกันเลยดีกว่า
ส่วนผสม
  • นมถั่วเหลือง 100 มิลลิลิตร
  • น้ำหวานกลิ่นสตรอเบอร์รี่ 50 มิลลิลิตร (อย่าสับสนกับกลิ่นสละนะคะ)
  • ผลสตรอเบอร์รี่สด 3 ลูก
  • น้ำแข็ง 300 กรัม
  • วิปครีม
  • ใบมินต์ หรือ ใบสะระแหน่
วิธีทำ
  1. หั่นลูกสตรอเบอร์รี่ ทั้งหมดที่เตรียมไว้ เป็นชิ้นลูกเต๋า จากนั้นก็เทส่วนผสมลงไปในเครื่องปั่น แต่เว้นวิปครีม กับ ใบมินต์ไว้นะคะ
  2. พอปั่นได้ที่แล้วก็เทใส่แก้ว และตกแต่งด้วยวิปครีม และใบมินต์ หรือจะเพิ่มสตรอเบอร์รี่ที่ด้านบนอีกก็ได้
ในกรณีที่ทำให้ผู้สูงอายุ หรือว่า สาวที่กำลังลดความอ้วนอยู่ ก็อาจจะไม่ต้องใส่วิปครีมก็ได้นะคะ



สรรพคุณใบบัวบก ประโยชน์เลอค่า เพื่อความงามและสุขภาพ


 ใบบัวบกสมุนไพรจีนโบราณที่ได้ยินชื่อกันมานาน นี่คือ สรรพคุณของใบบัวบกที่รู้แล้วจะต้องรักเจ้าสมุนไพรนี้ยิ่งกว่าเดิม

          เชื่อว่าหลาย ๆ ก็คงจะเคยได้ยินกันมานักต่อนักว่าเวลาช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก เพราะจะช่วยให้หายจากอาการช้ำในเร็วขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วเจ้าสมุนไพรที่มีนามว่าใบบัวบก ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่นำมาใช้กันตั้งแต่โบร่ำโบราณนั้นก็ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงสุขภาพ รักษาโรค หรือแม้แต่ช่วยบำรุงความงาม อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะว่าใบบัวบก สมุนไพรที่ชวนให้รู้สึกเหม็นเขียวจะมีสรรพคุณอะไรดี ๆ อีกบ้าง งั้นลองไปดูที่เราหยิบมานำเสนอในวันนี้กันดีกว่า บอกได้คำเดียวเลยว่า รู้แล้วจะต้องลืมกลิ่นเขียว ๆ เหล่านั้นไปเลยแน่นอน

 1. แก้ปัญหาเส้นเลือดขอด

          เมื่อหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นก็ทำให้หลอดเลือดดำเกิดการฉีกขาดและทำให้เลือดไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณขา เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมที่เรียกว่าอาการเส้นเลือดขอดนั่นเอง โดยมีการศึกษาพบว่าการรับประทานใบบัวบก สามารถลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น โดยในการศึกษานั้นได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครกว่า 90 คน ที่มีอาการของเส้นเลือดขอด และเมื่อรับประทานใบบัวบกเข้าไปแล้วก็พบว่าอาการเส้นเลือดขอดนั้นดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานยาหลอก และเมื่อทำการอัลตราซาวด์ก็พบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีการรั่วไหลของหลอดเลือดดำลดลงค่ะ

 2. สมานแผลและรักษาโรคผิวหนังบางชนิด
          หนึ่งในสารสำคัญที่ส่งผลให้ใบบัวบกกลายเป็นสมุนไพรที่มากสรรพคุณก็คือสารไตรเตอร์ปินนอยด์ (Triterpenoids) ที่มีการศึกษากับสัตว์แล้วพบว่าสามารถช่วยสมานบาดแผลได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าสารดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับบาดแผล และช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณบาดแผลมากขึ้น ส่งผลให้บาดแผลค่อย ๆ หายดีขึ้นในระยะเวลาที่น้อยลง อีกทั้งสารจากใบบัวบกก็ยังช่วยป้องการเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่จำเป็นต้องนำใบบัวบกมาตำแล้วพอกให้ยาก เพราะเดี๋ยวนี้มีแบบที่เป็นครีมผสมสารสกัดไว้ทาโดยเฉพาะ แค่เพียงเลือกให้เหมาะกับชนิดบาดแผลก็ช่วยได้มากเลยล่ะ

 3. ระบายความร้อน 

          ความร้อนในร่างกายหากสูงมากเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายเกิดอาการไข้ ตัวร้อน กระหายน้ำ ตลอดจนการอักเสบ ดังนั้นการรับประทานใบบัวบกที่มีฤทธิ์เย็น จึงสามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย

 4. ขับพิษร้อน และความชื้น

          โรคต่าง ๆ ที่เกิดจากความร้อนและความชื้น อาทิ ดีซ่าน นิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคบิด สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานใบบัวบก เนื่องจากใบบัวบกนั้นมีฤทธิ์ขมเย็น สามารถช่วยสลายความชื้นในร่างกายและขับความร้อนออกมาได้ แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากรับประทานมาก ๆ อาจจะทำให้ร่างกายเย็นจนเกินไปและเป็นอันตรายได้


5. ลดความกระวนกระวาย ช่วยให้จิตใจสงบ

          สารไตรเตอร์ปินนอยด์ (Triterpenoids) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในใบบัวบกนั้น นอกจากจะช่วยในการสมานแผลและรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้แล้วก็ยังมีฤทธิ์ในการลดความกระวนกระวายและช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมอง โดยมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีแนวโน้มที่จะตกใจกับเสียงรบกวนน้อยกว่าผู้ที่รับประทานยาหลอก แต่ก็ต้องใช้ในปริมาณที่สูงมาก จึงยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าควรใช้ปริมาณใดจึงจะได้ผลและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพตามมาค่ะ

 6. รักษาโรคหนังแข็ง

          เนื่องจากใบบัวบก มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย จึงสามารถใช้บรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคหนังแข็งได้ โดยมีการศึกษากับผู้หญิง 13 คนที่มีอาการของโรคหนังแข็งพบว่า การใช้ใบบัวบกสามารถลดอาการปวดตามข้อ และลดการเกิดหนังแข็ง รวมทั้งทำให้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในปริมาณที่แพทย์ควบคุมเท่านั้น

 7. ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ

          ใครที่มักจะนอนไม่หลับบ่อย ๆ ลองหาใบบัวบกมารับประทานก็ดีเหมือนกันนะ เพราะใบบัวบกไม่เพียงแต่ช่วยลดความกระวนกระวายเท่านั้น แต่ก็ยังช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายลงได้ ทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยแค่เพียงรับประทานเป็นประจำก่อนนอน ก็จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์เลย


         กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ออกมาแนะนำว่าใบบัวบกเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ช่วยลดความดันโลหิตได้ เพราะเจ้าใบบัวบกนั้นจะไปทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาวะความเครียดอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ทั้งนี้วิธีการรับประทานก็ไม่ยาก เพียงแค่นำใบบัวบกไปคั้นน้ำแล้วนำมาดื่ม จะนำไปผสมกับน้ำผึ้งสักเล็กน้อย หรือผสมกับน้ำผลไม้อื่น ๆ เพื่อลดความเหม็นเขียวก็ทำได้ค่ะ

 9. ลดอาการบวม

          อาการบวมช้ำมีสาเหตุมาจากการที่ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณดังกล่าวทำงานผิดปกติส่งผลให้เกิดอาการคั่งของเลือด การรับประทานใบบัวบกไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำคั้นดื่ม หรือแบบที่เป็นสารสกัดแคปซูล สามารถช่วยลดอาการบวมช้ำบริเวณบาดแผลได้ รวมทั้งยังลดอาการอักเสบที่ทำให้เกิดอาการบวมได้อีกด้วย

 10. บำรุงสมอง

          ใบบัวบกเป็นพืชอีกชนิดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์สมอง รวมทั้งช่วยคลายความอ่อนล้าของสมอง เพิ่มการทำงานของสมองและความจำ แถมยังสามารถลดภาวะซึมเศร้า และสามารถช่วยยับยั้งอาการของโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นในสมองได้ 

 11. รักษาอาการติดเชื้อ

          ใบบัวบกเป็นสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยรักษาโรคไข้หวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมช่วยรักษาอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ รวมทั้งอาการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เรียกได้ว่าไม่ว่าจะติดเชื้ออะไรก็ตาม ใบบัวบกสามารถช่วยรักษาได้หมด แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และภายใต้การดูแลของผู้เชียวชาญนะ

 12. บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

          นอกจากรักษาอาการป่วยต่าง ๆ แล้ว ใบบัวบกยังสามารถช่วฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลียได้ และถ้าหากรับประทานในช่วงอากาศร้อน ๆ ด้วยละก็ น้ำใบบัวบกก็สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายและดับกระหายได้เป็นอย่างดีเลยเชียวล่ะ

 13. บำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

          ใบบัวบก เป็นอีกหนึ่งในสมุนไพรเพื่อความงามที่อยู่ใกล้ตัวมาก ๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะใบบัวบกมีสารที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในใบบัวบกก็ยังช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัย จึงไม่น่าแปลกเลยล่ะถ้าคุณจะได้เห็นชื่อของเจ้าใบบัวบกเป็นหนึ่งในส่วนผสมของเครื่องประทินผิว ทั้งนี้ยังสามารถนำใบบัวบกสด ๆ มาใช้พอกหน้าได้อีกด้วย โดยมีวิธีดังนี้ค่ะ

           ใบบัวพอกหน้า บำรุงผิวสวยใส ลบรอยตีนกา

วิธีทำ
           1. นำใบบัวบกสดมาล้างทำความสะอาด แล้วนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 
           2. นำมาปั่นหรือบดกับน้ำสะอาด 1 แก้ว 
           3. นำมาพอกหน้า หรือนำสำลีชุบน้ำใบบัวบกขึ้นมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที
           4. ล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกวันก่อนนอนจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย

 14. กำจัดเซลลูไลท์

          สาว ๆ ที่หนักใจกับเซลลูไลท์ที่เป็นศัตรูความงามของคุณสาว ๆ อยู่ ขอบอกใบบัวบกช่วยคุณได้ค่ะ แค่เพียงรับประทานใบบัวบกเป็นประจำก็จะช่วยให้เซลล์ไขมันเซลลูไลท์ถูกขับออกมาจากร่างกายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น และลดการอักเสบอันเกิดจากเซลลูไลท์ได้อีกด้วยล่ะ

 15. บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

          หลาย ๆ คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับผมร่วงก็คงเสาะหาทุกวิถีทางเพื่อบำรุงให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรงเพื่อที่จะได้มีผมดกดำ ใบบัวบกก็เป็นอีกสมุนไพรหนึ่งที่มีสรรพคุณโดดเด่นในด้านนี้ โดยปัญหาผมร่วงส่วนใหญ่ก็เกิดจากรากผมที่อ่อนแอและการไหลเวียนของเลือดบนหนังศีรษะไม่ดี ซึ่งใบบัวบกนี้มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะ และยังช่วยบำรุงให้รากผมแข็งแรง ป้องกันผมร่วงทำให้ผมที่ขึ้นใหม่มีความแข็งแรงและดกดำเงางามได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีแต่อย่างใด

          ได้เห็นประโยชน์ดี ๆ ของใบบัวบกกันไปแล้วอย่างนี้ ใครที่ยังส่ายหน้าให้กับกลิ่นเขียว ๆ ของใบบัวบก ก็น่าจะลองหันกลับมามองเสียใหม่ ถึงแม้ว่าอาจจะมีกลิ่นฉุนไปเสียหน่อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็ดีไม่น้อยเลย ถ้าไม่ลองเสียดายแย่เลยนะ 






รักแร้ดำ!! แตงกวา ลดรอยคล้ำใต้วงแขนได้



ส่วนผสม
– นำแตงกวาคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนชา
– ผงขมิ้น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมน้ำมัน น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนชา น้ำมะนาวคั้นสด และ ผงขมิ้นครึ่งช้อนชา หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวให้ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าว เช็ดบริเวณใต้รักแร้เป็นวงกลม หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวา น้ำมะนาว และผงขมิ้น ให้เข้ากัน ทาใต้รักแร้ไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง
ประโยชน์
ทำวิธีนี้เป็นประจำสัปดาห์ 2-3 ครั้ง จะช่วยลดรอยหมองคล้ำไม่น่ามองใต้วงแขนให้หายไปได้


น้ำมันอะโรมาเธอราพี อาจแฝงอันตราย


 นักวิจัยไต้หวันเตือน น้ำมันหอมระเหย มีการทำปฏิกิริยากับอากาศ ทำให้เกิดละอองที่สร้างความระคายเคืองแก่ดวงตา จมูก และลำคอ รวมทั้งทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ และทำลายตับกับไตได้ ขณะที่แพทย์ไทยแนะให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

          สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยได้ศึกษาขนาดและปริมาณของละอองที่เกิดขึ้นเมื่อคนเข้ารับการนวดตามสปาต่าง ๆ โดยพบว่า น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้สกัดจากลาเวนเดอร์ ต้นชา ยูคาลิปตัส และเปปเปอร์มินต์ ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำมันพวกนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ทำให้ผิวดี เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้นอนหลับ แต่นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์เจียหนานในไต้หวัน เตือนว่า ไม่ควรมองข้ามผลเสียของน้ำมันเหล่านี้ด้วย

          งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Engineering Science ได้วัดปริมาณของละอองเหล่านี้เมื่อมีการใช้น้ำมันถูนวดในสปา 2 แห่งในไต้หวัน และพบว่า น้ำมันที่ทำให้เกิดละอองดังกล่าวเป็นจำนวนมากที่สุด คือ น้ำมันจากลาเวนเดอร์ ต้นชา เปปเปอร์มินต์ มะนาว และยูคาลิปตัส ซ้ำยังมีการพบด้วยว่า น้ำมันอะโรมาทำให้ผู้ป่วยโรคปอดและผู้ป่วยโรคหอบหืดมีอาการกำเริบ

          นอกจากนี้ บรรดานางพยาบาลยังรายงานด้วยว่า คนที่ใช้น้ำมันเหล่านี้ในการอาบน้ำหรือทาผิวหนังในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ผิวไหม้และเกิดผื่นได้


 เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เนื่องจากยังไม่เคยได้รับข้อมูลดังกล่าว แต่คาดว่าในน้ำมันหอมระเหยนั้น อาจจะมีสมุนไพรที่ไม่แท้ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อนำไปใช้จึงทำให้เกิดการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะกลิ่นน้ำหอมที่สกัดมาจากสารสังเคราะห์ 

          คุณหมอกล่าวต่อว่า น้ำมันที่ใช้ในร้านสปานั้นประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ 

          1.น้ำมันที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ฯลฯ ซึ่งใช้เป็นตัวละลายน้ำหอม และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้เพราะเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากธรรมชาติ 

          2.กลิ่นน้ำหอมที่เป็นสารสกัด ซึ่งบางคนอาจเกิดอาการแพ้จากกลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ จึงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรืออาการระคายเคืองต่าง ๆ

          พูดง่าย ๆ ว่าอาการแพ้ดังกล่าวนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารพิษ หรือสารตกค้างในน้ำมันหอมระเหย แต่อาการแพ้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิว และปฏิกิริยาตอบสนองของกลิ่นน้ำหอมที่แต่ละคนได้รับมากกว่า ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่ากลิ่นน้ำหอมใดที่ทำให้แพ้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ใช้บริการนั้น ต้องสำรวจตัวเองว่ามีอาการแพ้น้ำหอมกลิ่นใด หากทราบถึงสาเหตุ หรือมีอาการคันและมีผื่นแดงขึ้นก็ควรหยุดใช้ทันที 

          ในส่วนของผู้ให้บริการนั้นก็ควรใช้น้ำมันหอมระเหยในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 30 มิลลิกรัม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมละเหยจากบริษัทที่เชื่อได้ และได้รับอนุญาตถูกต้องให้ผลิต สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคประจำตัว เช่น โรคผิวหนัง โรคทางเดินหายใจ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการ




5 วิธีกระชับผิว เพิ่มความเต่งตึงไม่หย่อนยานตามวัย



5 วิธีกระชับผิว เพิ่มความเต่งตึงไม่หย่อนยานไปตามวัย แต่ละวิธีทำง่ายและทำเองได้ที่บ้านทั้งนั้นเลย

          เมื่ออายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น แน่นอนแหละว่าผิวพรรณก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา โดยผิวอาจจะขาดความตึงกระชับ กลายเป็นผิวหย่อนคล้อยดูหมองคล้ำไม่สดใสเหมือนตอนเป็นวัยรุ่น แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปล่อยให้เป็นแบบนั้นเลยนี่คะ เพราะคุณก็กระชับผิวด้วยตัวเองได้ ด้วย 5 วิธีนี้จากallwomenstalk เพียงเท่านี้แหละความเต่งตึงของผิวก็จะอยู่คู่กับคุณไปอีกนานเลย
 กินถั่วบราซิล

          ในถั่วบราซิลอุดมไปด้วยเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นในผิวเอาไว้ ยิ่งถ้าผิวของคุณดูหมองคล้ำดำโทรมแล้วละก็ ให้เลือกกินถั่วบราซิล 1 กำมือทุก ๆ วัน หรือจะเอาไปใส่ในข้าวโอ๊ตแล้วกินตอนเช้าก็เวิร์กมากอะ

 ดื่มน้ำสะอาดให้มาก

          รู้หรือไม่ว่าผิวของคุณนี่แหละที่ต้องการความชุ่มชื้นเพื่อรักษาความตึงกระชับไว้ ซึ่งถ้าหากคุณดื่มน้ำสะอาดไม่เพียงพอในแต่ละวัน คราวนี้การที่อยากจะมีผิวเฟิร์มก็คงไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน แถมถ้าขาดน้ำผิวก็ยังดูหม่นหมองไม่สดใสอีกด้วย ฉะนั้นอย่าลืมจิบน้ำสะอาดบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันนะคะ 
ออกกำลังกายทุกสัปดาห์

          การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเลือด ซึ่งก็จะช่วยทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี และก็ยังทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้นทั่วร่างกาย โดยคุณอาจจะเลือกออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ หรือจะออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ก็ดีต่อสุขภาพผิวทั้งคู่เลย
 ใช้น้ำมันบำรุง

          มีงานวิจัยบอกว่าน้ำมันบางชนิดสามารถทำให้ผิวตึงกระชับได้ ซึ่งน้ำมันที่ว่านี้ก็อย่างเช่น น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil) หรือโจโจ้บาออยล์นั่นเอง ที่สำคัญยังเป็นไอเทมจากธรรมชาติและหาได้ง่ายด้วย

 นวดผิวทุกวัน

          การนวดผิวก็เหมือนการที่ให้ผิวได้ออกกำลังกายนั่นแหละ ถ้าอยากให้ผิวหน้าตึงกระชับดูอ่อนเยาว์ ก็ต้องลงมือนวดผิวหน้าทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและช่วยให้ริ้วรอยจางลงด้วย ถ้าไม่อยากนวดเองเพราะกลัวนวดไม่ถูกวิธีละก็ เดี๋ยวนี้ตามคลินิกเสริมความงามก็บริการนวดหลายที่เลยแหละค่ะ


          แค่ทำตาม 5 วิธีนี้ ผิวพรรณของคุณก็จะกระชับเต่งตึงและสุขภาพดีขึ้น แบบนี้ใครมาจับดูก็นึกว่าผิวเด็กนะเนี่ย
^_^



www.konphenfai.com

ถนอมผิวรอบดวงตาอย่างถูกวิธี



อย่าปล่อยให้ปัญหาตาบวม ถุงใต้ตา ใต้ตาคล้ำ หรือริ้วรอยรอบดวงตา กลายมาเป็นอุปสรรคแห่งความงามบนใบหน้าอีกเลย มาเรียนรู้การถนอมผิวรอบดวงตาอย่างถูกต้องกันดีกว่า

          ในแต่ละวัน คุณอาจต้องสบตากับคนนับร้อย ผิวบริเวณรอบดวงตาจึงเป็นส่วนที่คนอื่นจะมองเห็นชัดมากที่สุด ถ้าตาบวมตุ่ยหรือใต้ตาดำคล้ำ ก็เท่ากับสูญเสียความสวยไปแล้วครึ่งหนึ่ง ถ้าคุณเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธี ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีผิวรอบดวงตาที่สวยสะดุดใจ

           ตาบวม

          อาการบวมใต้ดวงตา เกิดมาจากการที่มีของเหลวมาคั่งอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งมักเกิดขึ้นในตอนตื่นนอน เนื่องจากการสะสมตัวของของเหลวขณะนอนหลับหรือเกิดจากการร้องไห้มากๆ เป็นไซนัสมีอาการภูมิแพ้ นอนไม่พอ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และอาการบวมน้ำช่วงก่อนมีประจำเดือน

          ข่าวดีก็คือ ตาบวมนี้จะเป็นแค่ชั่วคราวและแก้ไขง่าย โดยการนอนหนุนหมอนสูง หรือช่วยเร่งการระบายของเหลว ด้วยการใช้ปลายนิ้วค่อยๆ กดไล่น้ำบริเวณใต้ตา จากหัวตาออกไปทางหางตา หรือใช้ความเย็นประคบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็ง หรือทาครีม เจล หรือมาส์กบำรุงผิวรอบดวงตาที่แช่ไว้ในตู้เย็น

          แต่อย่าสับสนระหว่างถุงใต้ตากับอาการตาบวม เพราะอาการคั่งของของเหลวเช่นนี้ มันอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วถุงใต้ตาเกิดจากการสะสมตัวของไขมัน ไม่ใช่ถุงน้ำใต้ตา ซึ่งมักเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ หรือเมื่อมีอายุมากขึ้น คุณก็อาจพบกับปัญหานี้ได้เช่นกัน เนื่องเพราะผนังกล้ามเนื้อรอบเบ้าตาอ่อนแอ ไขมันรอบนอกจึงย้อยออกมารวมตัวด้านหน้าเป็นถุง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด หรือถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็อาจบรรเทาได้ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ช่วยเพิ่มอิลาสติน แต่ผลที่ได้ไม่ถาวร และอาจเห็นผลไม่ชัดเจนเท่า

           รอยคล้ำใต้ตา

          รอยคล้ำใต้ตาเหมือนหมีแพนด้า แต่ไม่น่ารักเหมือนหมีแพนด้าตัวจริง เป็นอีกปัญหาที่บั่นทอนความงามของสาวๆ และสาเหตุที่ทำให้ตาคล้ำเช่นนี้ มีอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ซึ่งมีวิธีแก้แตกต่างกันไปนั่นก็คือ

          - โครงสร้างของกระดูกเบ้าตา สาวที่มีเบ้าตาลึก รอยคล้ำจะยิ่งเห็นชัดขึ้น วิธีเดียวที่ช่วยได้ ก็คือปกปิดรอยคล้ำซึ่งมักจะเป็นสีออกน้ำเงิน ด้วยคอนซีลเลอร์ที่มีสีออกเหลือง

          - เม็ดสีใต้ผิวหนัง กรรมพันธุ์ทำให้เม็ดสีผิวใต้ตาคล้ำกว่าส่วนอื่นๆ คุณอาจใช้ครีมบำรุงที่ผสมวิตามินเอช่วยได้บ้าง แต่ต้องซ่อนด้วยคอนซีลเลอร์จะดีที่สุด

          - การอักเสบบวมของเส้นเลือด การนอนดึกติดต่อกัน ภูมิแพ้ และขาดสารอาหาร จะทำให้เส้นเลือดใต้ผิวบางๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะเลือดไปคั่งอยู่ จึงเห็นความคล้ำชัดเจน สามารถอำพรางได้ด้วยคอนซีลเลอร์อีกเช่นกัน หรือหากมีเวลาก็แปะแตงกวาเย็นๆ ที่ล้างสะอาดหรือถุงชาแช่เย็นซัก 5-10 นาที ความเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัวลงได้ แต่ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ และเปลี่ยนสไตล์การใช้ชีวิตด้วย


  ริ้วรอยรอบดวงตา 

          ริ้วรอยรอบดวงตาส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นเนื่องจากวัย มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้เกิดริ้วรอยเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยสาเหตุหลักๆ ก็คือ การลดลงของคอลลาเจนและอิลาสติน กรดไฮยาลูรอนิกในผิวที่ลดลง และสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ผิว นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์ต่างๆ บนใบหน้าที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กัน ก็มีส่วนในการทำให้ริ้วรอยต่างๆ แสดงตัวอย่างชัดเจนมากขึ้นด้วย

          แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตา อย่างเช่น ครีมหรือเจลจะสามารถป้องกันริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาได้ โดยเลือกอายครีมที่ไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้น หากมีส่วนผสมที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวได้ด้วย

          อายครีมป้องกันริ้วรอยได้อย่างดี อายครีมเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันริ้วรอยรอบดวงตา และควรใช้เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตามีปริมาณไขมันในผิวต่ำ ทำให้ผิวใต้ตาสามารถแห้งได้ง่าย เพราะมีปริมาณไขมันในชั้นผิวน้อย อายครีมจะช่วยรักษาทั้งความชุ่มชื้นและป้องกัน รวมถึงลดเลือนริ้วรอยที่มีอยู่แล้วให้จางลงไปได้

          สิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกอายครีมหรือเจลที่เหมาะกับสภาพผิว ก็คือวิธีการทาควรทาอายครีม ลงบนผิวแห้งหรือชื้นเล็กน้อยหลังการทำความสะอาด และไม่มีผลิตภัณฑ์อะไรทาอยู่ก่อน เราจึงแนะนำให้ทาอายครีมเป็นอย่างแรก ก่อนทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงบริเวณบอบบางรอบดวงตาด้วย ในขณะที่ทาครีมเหล่านี้ ควรใช้วิธีการตบเบาๆ ลงบนผิว อย่าลากหรือดึงผิวหนังที่จะทำให้ผิวใต้ดวงตา เพราะเส้นเลือดที่อยู่ใกล้กับผิวในบริเวณนี้มีความบอบบางมาก

          การถูหรือดึงผิวรอบดวงตา ยังสามารถทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลง และนำไปสู่ความหย่อนคล้อยของผิวและรอยย่นที่มากขึ้นด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการถูหรือดึงผิวบริเวณนี้ และใช้นิ้วก้อยหรือนิ้วนางในการทาครีม เนื่องจากเป็นนิ้วที่มีแรงกดน้อยที่สุด

          นอกจากนี้ เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด จึงเป็นไอเดียที่ดีในการทาครีม ซึ่งมีส่วนผสมของสารกันแดดเพื่อปกป้องผิวรอบดวงตาในเวลากลางวันด้วย

    ดูแลเปลือกตา 

          เปลือกตาต้องโดนกระหน่ำเมกอัพหลากชนิดแทบทุกวัน คุณจึงลืมไม่ได้ที่จะถนอมเปลือกตา ด้วยการชำระล้างเมกอัพและสิ่งสกปรกอื่นๆ ให้เกลี้ยงก่อนเข้านอน ด้วยการแปะสำลีชุ่มอายเมกอัพรีมูฟเวอร์ เพื่อให้อายเมกอัพละลาย ก่อนค่อยๆ ปาดลงแล้วเช็ดซ้ำเบาๆ จนเกลี้ยง จากนั้น อาจใช้คอตตอนบัด ชุบอายเมกอัพรีมูฟเวอร์แล้วเช็ดตามขอบตาและซอกมุมเล็กๆ ให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น



เทรนด์หน้าฝน 2016 เตรียมพร้อมซะให้สวยเก๋หัวจรดเท้า


 เทรนด์หน้าฝน 2016 อัพเดทใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เพื่อเตรียมพร้อมให้สวยเก๋กันตั้งแต่หัวจรดเท้า ฤดูนี้ต้องแต่งตัวยังไง แต่งหน้าแบบไหนถึงจะเกิด เรารวบรวมข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ

          สาว ๆ บ่นว่าร้อนจนแทบจะไหม้กันมานาน ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนกันอย่างจริงจังแล้วค่ะ เย้ ๆ ^_^ แต่พอเข้าสู่ฤดูกาลสุดอึมครึมแล้ว สาว ๆ ก็ต้องเตรียมตัวใหม่ตั้งแต่ เสื้อผ้า หน้า ผม ให้พร้อมรับฝนกันด้วยนะจ๊ะ จะได้ไม่เปียกปอนจนสภาพเยิน หรือทำให้ข้าวของสวย ๆ ของเราโดนน้ำจนเสียหายด้วย อ๊ะ ... วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขออัพเดทเทรนด์หน้าฝน 2016 ให้สาว ๆ ก่อนใครที่นี่เลยค่ะ บอกเลยว่าถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจ แต่เราก็ต้องไฉไลอยู่เสมอ

1. ทรงผม

          หน้าฝนที่ทั้งเปียกทั้งแฉะ แถมยังมีลมพัดแรงอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ จะมีทรงไหนที่เหมาะเท่ากับการทำดังโงะอีกแล้วล่ะ เพราะทรงนี้พอเกล้าขึ้นหมดก็จบปัญหาผมปลิวเสียทรงหรือมาโดนหน้าทำให้รำคาญได้เลย หรือใครอยากหั่นผมอยู่แล้ว ก็จัดผมบ๊อบสั้นเลยก็เก๋ชิคอินเทรนด์ดีค่ะ แต่สำหรับสาวผมยาวหรือผมประบ่า ลองดัดลอนคลายเบา ๆ ให้พอมีวอลลุ่มก็เกิดสุดในซีซั่นนี้เลยจ้า


2. เสื้อผ้า

          เทรนด์เสื้อผ้าในช่วงฤดูฝนที่อากาศอึมครึมท้องฟ้ามืดมัว ก็จะเป็นเสื้อผ้าสีสันสดใสและมีลวดลายที่ทำให้รู้สึกสนุกสนานค่ะ ส่วนสีดำ เทา น้ำเงินก็ลืมมันไปก่อนเนอะ สำหรับสีสันที่กำลังมาแรงในตอนนี้ก็ต้องยกให้สีชมพูเลย แต่หากใครไม่ชอบสีหวาน ๆ ก็อาจจะลองสีสดใสสีอื่นก็ได้นะคะ ส่วนแบบเสื้อผ้าก็ต้องเป็นเสื้อใส่สบาย เช่น เสื้อโชว์ไหล่ เสื้อยืดผ้าบาง ชุดเดรสสั้นผ้าไม่หนา ก็ช่วยให้เดินเหินคล่องตัว หลบหลีกฝนได้แบบไม่ลำบากเลยค่ะ


3. รองเท้า

          พูดเลยว่าสิ่งที่ควรใส่ใจอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนก็คงเป็นรองเท้านี่แหละค่ะ เพราะต้องเลือกแบบที่เดินสะดวกและวัสดุที่ทำรองเท้าควรทนน้ำทนฝนได้เป็นอย่างดี คือแบบโดนน้ำแล้วไม่พังไม่เยินนั่นแหละค่ะ โดยอาจจะเป็นรองเท้าแตะที่มีลูกเล่นด้วยการพันข้อ หรือรองเท้าแตะยางเก๋ ๆ มีสีสันมีกากเพชรที่กำลังฮอตจากแฟชั่นยุค 90 หรือหากอยากกันฝนจริง ๆ ไปเลย ก็เลือกรองเท้าบูทยางสีสันสดใสมาใส่ก็ยังแจ่มอยู่นะคะ


4. แต่งหน้า

          เทรนด์หน้าฝนปีนี้เน้นเมคอัพที่ไม่ฉูดฉาดจัดจ้านมาก จะเน้นความเป็นธรรมชาติโชว์งานผิวค่ะ แค่กรีดอายไลเนอร์เส้นบาง ๆ ปัดขนตาให้งอน ลงแก้มเบา ๆ ให้พอระเรื่อ แล้วทาลิปสติกสีอ่อน ๆ หรือจะทาแบบออมเบรก็กำลังมาแรงเลยล่ะ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ขอให้เลือกใช้เครื่องสำอางกันน้ำไว้ก่อนจะเซฟที่สุดจ้า

          นอกจากจะตามเทรนด์ให้สวยเก๋กันแล้ว ก็อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวกันไปด้วยนะคะ เพราะถ้าเปียกฝนมาที ไม่เพียงแต่จะทำให้สิ่งที่ประโคมมาตั้งแต่ออกจากบ้านพังจนหมดสวยกันแล้วเท่านั้น แต่อาจจะทำให้สาว ๆ ป่วยกันได้นะจ๊ะ ^_^







ลาเวนเดอร์ กับความมหัศจรรย์ในการรักษา


ดอกลาเวนเดอร์ กับสรรพคุณในการรักษาที่คุณคาดไม่ถึง รู้หรือไม่ว่านอกจากกลิ่นหอม ๆ ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างที่ต้องบอกต่อ

          ลาเวนเดอร์ ดอกไม้ที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะรู้ว่ากลิ่นของมันมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายสมองและร่างกายได้ แต่จริง ๆ แล้วใช่ว่าลาเวนเดอร์จะมีประโยชน์ต่ออารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ยังมีประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เหมือนที่เว็บไซต์health.com นำเสนอเกี่ยวกับประโยชน์ของดอกลาเวนเดอร์ในการรักษาอาการต่าง ๆ เราไปดูกันดีกว่าว่าประโยชน์ว่านั้นมีอะไรบ้าง

 ขจัดรังแค

          สำหรับคนที่มีรังแค Francesca Fusco แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญในนิวยอร์กได้แนะวิธีการรักษารังแคด้วยน้ำมันจากดอกลาเวนเดอร์ที่ง่ายแสนง่าย เพียงล้างผมให้เปียกด้วยน้ำอุ่นและเช็ดผมให้พอหมาด หลังจากนั้นก็ให้หยดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ประมาณ 15 หยดลงในน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 10 วินาที เพื่อให้น้ำมันอุ่นขึ้น หลังจากนั้นก็นำมานวดกับหนังศีรษะแล้วคลุมผมเอาไว้ ทิ้งเอาไว้ 1 ชั่วโมงแล้วสระออกด้วยแชมพูซึ่งแพทย์ผิวหนังเขาคอนเฟิร์มมาแล้วว่าวิธีนี้ทำเพียงไม่กี่ครั้งก็จะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน


 ลดอาการท้องอืด 

          อาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีซึ่งเติบโตอยู่ในระบบย่อยอาหารมากเกินไป และอาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะได้อีกด้วย ซึ่งแพทย์หญิง Christine Gerbstadt ผู้เขียนหนังสือ Doctor's Detox Diet และโฆษกประจำสถาบันโภชนาการและการควบคุมอาหาร ได้อธิบายว่า "โพลีฟีนอลที่อยู่ในดอกลาเวนเดอร์สามารถช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ไม่ดีในกระเพาะของเราได้" เพียงโรยดอกลาเวนเดอร์อบแห้งลงในโยเกิร์ตเข้มข้นซึ่งดีต่อสุขภาพแล้วทานซะ

 ช่วยให้ผ่อนคลาย

          กลิ่นของดอกลาเวนเดอร์จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและง่วงนอน ส่งผลให้การนอนหลับดีขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้หลับสบายล่ะก็ แค่เพียงใส่ดอกลาเวนเดอร์แห้งลงในแจกันแล้วตั้งไว้ที่หัวเตียง หรือจะใช้น้ำมันหอมระเหยก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าดอกลาเวนเดอร์จะทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายเสมอไปนะจ๊ะ เพราะคุณจะต้องไม่ดื่มกาแฟก่อนเข้านอนสักสิบชั่วโมง รวมทั้งต้องปิดเสียงโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้หมด พร้อมกับเข้านอนให้ตรงเวลาทุกวัน ดอกลาเวนเดอร์ถึงจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นค่ะ 


ลดอาการคันที่ผิวหนัง

          แพทย์หญิง Naila Malik แพทย์ผิวหนังในเท็กซัสได้อธิบายไว้ว่าน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ สามารถช่วยแก้อาการคันจากยุงกัดได้ เพราะลาเวนเดอร์มีฤทธิ์เป็นยาแก้อักเสบตามธรรมชาติ สามารถช่วยลดอาการคันและบวมแดงได้ โดยหยดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ 1 - 2 หยดแล้วทาเบา ๆ ทิ้งไว้ 15 นาทีเพื่อให้น้ำมันซึมเข้าสู่ผิว สามารถทาซ้ำได้ทุก ๆ 6-8 ชั่วโมงในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง แต่ถ้าใครทาแล้วเกิดการระคายเคืองขึ้นมาควรล้างออกทันที

 ช่วยทำให้อาหารดีต่อสุขภาพมากขึ้น

          สารพฤกษเคมีบางชนิดที่มีอยู่ในดอกลาเวนเดอร์ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เราสามารถนำเครื่องเทศที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์มาโรยลงในอาหารชนิดต่าง ๆ ก็จะทำให้อาหารจานอร่อยที่เรารับประทานมีคุณค่าทาอาหารมากยิ่งขึ้นค่ะ


          ได้รู้กันแล้วว่าดอกลาเวนเดอร์มีประโยชน์ในการรักษาอย่างไรบ้าง หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่รักสุขภาพที่สนใจจะนำดอกลาเวนเดอร์มาใช้ก็อย่าลืมศึกษาผลข้างเคียงและผลกระทบที่มีต่อร่างกายด้วยล่ะ เพราะบางทีเราก็อาจจะแพ้ดอกไม้ชนิดนี้โดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ แล้วถ้าใครใช้แล้วได้ผลดีก็อย่าลืมเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะจ๊ะ